เช็คลิสต์ 15 ข้อ สร้าง Sale Page ให้ขายโคตรดี!

Sale Page เป็นหนึ่งในเครื่องมือขายที่สำคัญสำหรับธุรกิจออนไลน์ยุคนี้ ซึ่งมีหน้าที่ให้ข้อมูลลูกค้า และปิดการขายไปในตัว ในบทความนี้ผมจะพาไปดูสิ่งที่ Sale Page ที่ดีจะต้องมี 15 อย่าง เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้ได้สูงที่สุด

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

มีสิ่งเหล่านี้ใน Sale Page ของคุณหรือยัง?

ณ จุดนี้ คนทำธุรกิจออนไลน์หลายคนน่าจะรู้ความสำคัญของการมี Sale Page ไว้ช่วยขายของ ช่วยทำการตลาดเป็นอย่างดีแล้ว ใช่ไหมครับ? (ถ้าคำตอบคือ “ไม่ใช่” ลอง คลิกที่นี่ แล้วไปดูครับว่า Sale Page มันช่วยให้คุณยิงแอดได้ดีขึ้นแค่ไหน)

แต่ก็ต้องบอกว่า แค่มี Sale Page เฉยๆ ไม่ได้ช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ทางการตลาดดีขึ้นทันหูทันตาหรอกนะครับ ไอ้ตัว Sale Page ของคุณมันจะต้อง Convert ด้วย หรือพูดง่ายๆก็คือ มันต้อง “ขาย”

แล้วจะทำ Sale Page ยังไงให้มันขายล่ะ? นั่นคือสิ่งที่ผมจะพาไปดูครับ

แต่ก่อนอื่น ความจริงแล้วไอ้ Sale Page มันก็เหมือนเป็น Salesman หรือพนักงานขายของเรานั่นแหละครับ แต่มันคือพนักงานขายที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ไม่ว่า Script การขายจะยืดยาวแค่ไหน รายละเอียดสินค้าจะมากมายแค่ไหน มันก็พร้อมและยินดีที่จะคอยสาธยายให้ลูกค้าของคุณฟังได้ตลอดเวลาโดยไม่เคยเรียกร้องขอวันหยุด

พอพูดแบบนี้แล้ว น่าจะเห็นภาพได้มากขึ้นว่า เวลาที่เราต้องการสร้าง Salepage ให้ดี ก็คล้ายๆกับการที่เราพยายามฝึกฝนพนักงานขายของเราให้เก่ง เก่งแค่ไหนน่ะหรอ? ก็ต้องเก่งไม่แพ้การที่เราไปยืนขายสินค้าให้ลูกค้าทุกคนด้วยตัวเองนั่นแหละครับ

เอาล่ะ! ไปดูกันครับว่า พนักงานขายขั้นเทพ และ Sale Page ที่ดี จะต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?

1. Hook/Headline : หัวข้อเจ็บๆ

ในหนังคลาสสิกเรื่อง Seven ตัวร้ายสุดแสบ John Doe กล่าวไว้ว่า…

“ทุกวันนี้ถ้าอยากให้คนสนใจคุณ คุณไม่สามารถเอามือไปแตะไหล่เขาเบาๆได้แล้ว ลองเอาฆ้อนปอนด์ทุบไปที่ยอดหน้าของเขาสิ แล้วคุณจะได้รับความสนใจจากเขาชนิดที่ไม่มีวอกแวกเลยล่ะ”

เอาแค่ในหน้า News Feed ของ Facebook เคยนับไหมครับว่าในหนึ่งวัน คุณเห็นโฆษณากี่ชิ้น?

คำตอบคือ “มันนับไม่ถ้วน!!!”

ผม คุณ และเราทุกคนบนโลกออนไลน์ เฉยชา ชินชา กับโฆษณากันไปหมดแล้วครับ ถ้าไม่ใช่ว่าเจอโฆษณาสินค้าที่กำลังต้องการอยู่จริงๆ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลื่อนผ่านโฆษณาชิ้นนั้นไป โดยที่ยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่ามันขายอะไร

Hook ถ้าให้อธิบายง่ายๆเลย มันคือส่วนแรกสุดที่คนจะเห็นจาก Sale Page ของคุณ และไอเดียในการสร้างมัน จะต้องแรง ต้องเด็ด ต้องเจ็บ จนเหมือนกับเอาฆ้อนฟาดเบ้าหน้าคนเห็นเท่านั้น มันถึงจะหยุดความสนใจของเขาได้

ที่คือส่วนที่สำคัญเป็นอันดับที่ 1 ของโฆษณาทุกชิ้นครับ

2. Value/Benefit : อ่านแล้วได้อะไร

ก่อนที่คุณจะขายสินค้า สิ่งที่ต้องทำคือคุณจะต้อง “ขายโฆษณาของคุณซะก่อน”

สิ่งที่แรกที่คนมองหา เมื่ออุตส่าห์ขยับนิ้วคลิกเข้ามาที่ Sale Page ของคุณก็คือ “อ่าน Sale Page นี้ แล้วฉันจะได้อะไร?” ซึ่งแน่นอนครับว่าไม่ใช่ “ได้ซื้อสินค้า”

ได้รู้เคล็ดลับที่กำลังมองหารึเปล่า? ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาอันน่าปวดหัวหรือไม่? หรือได้รู้เรื่องราวเด็ดๆแบบที่ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน?

คุณจะไม่มีโอกาสขายสินค้าเลย ถ้า Sale Page ของคุณยังไม่ขายตัวมันเองด้วยการมอบคุณค่า มอบประโยชน์ใดๆให้ผู้อ่าน (ถ้าบอกว่าประโยชน์คือ ลูกค้าได้รู้จักสินค้า ได้ซื้อของดี ราคาถูก บลาๆๆ… นั่นมันประโยชน์ที่ตัวคุณจะได้นะคัรบ ไม่ใช่ลูกค้าจ้า)

ถ้าเปลี่ยน Hook เหมือนหมัดเด็ดที่ดึงความสนใจอย่างเต็มที่มาจากกลุ่มเป้าหมาย Value ก็คือมันแย็บที่ต่อยไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เขาละสายตาจาก Sale Page ไปได้ครับ

3. Highlight : เนื้อหาส่วนสำคัญๆ

ในหมู่ Value หรือ Benefit ที่ทะยอยส่งมอบให้ลูกค้าได้อ่าน ได้เห็น ได้ดู หรือได้ฟังอยู่ มีจุดไหนที่คุณอยากเน้นเป็นพิเศษ

ลองนึกถึงเวลาดูหนังก็ได้ครับ ฉากการบรรยายที่ทำได้ดีจนเราถูกตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถลุกไปฉี่ หรือแม้แต่เอื้อมไปหยิบป็อปคอร์นได้ เกิดจากวิธีบรรยายที่เน้นจังหวะจะโคน เน้นเสียงหนักเบาในคำพูดที่ลึกซึ้ง

พอมาเป็น Sale Page ซึ่งลูกค้าต้องอ่าน ต้องมองหาข้อมูลด้วยตัวเอง สิ่งที่เราต้องทำก็คือ Highlight ส่วนที่เราต้องการเน้นนำเสียง หรือต้องการย้ำฝังเข้าไปในใจผู้อ่าน ด้วยใส่สี เน้นตัวหน้า ขีดเส้นใต้ หรือแม้แต่เปลี่ยนให้เป็นตัวเอียงก็ได้

เทคนิคง่ายๆที่จะหา Hightlight ก็คือ ลองอ่านทวน Sale Page ของตัวเองออกเสียงครับ แล้วเราจะรู้ว่าช่วงไหนที่ต้องเน้นเสียงย้ำๆเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้อ่านอินไปพร้อมๆกัน

4. Social Proof : รีวิว

ใครจะไปน่าเชื่อถือได้เท่ากับลูกค้าด้วยกันเอง จริงไหมครับ?

ในเมื่อคนขายจะพูดอะไรก็ได้ สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการรู้เลยก็คือ “แล้วคนซื้อด้วยกันล่ะ เขาว่ายังไงบ้าง?”

รีวิว หรือฟี้ดแบ็คดีๆจากลูกค้าเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะขาดไปไม่ได้เลยใน Sale Page

ยิ่งเยอะยิ่งดี ใส่เข้าไปได้โดยไม่ต้องยั้งเลยครับ

5. Proofs Of Every Claims : หลักฐานยืนยันทุกคำกล่าวอ้าง

“ยอดขายอันดับ 1” “สร้างรายได้ 7 หลัก” “เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้” 

คุ้นๆกับคำกล่าวอ้างเหล่านี้เป็นอย่างที่ใช่ไหมครับ?

คำกล่าวอ้างเหล่านี้จะเป็นได้แค่เรื่อง “โม้” ถ้ามันไม่มีหลักฐานใดๆมาสนับสนุน นี่คือคำชมเชยที่ออกจากปากผู้ขายเอง คนฟังหรือผู้อ่านไม่ได้รู้สึกยินดีอะไรร่วมไปด้วย เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วคู่แข่งทุกคนของคุณก็พูดเหมือนกับคุณนี่แหละ!

แต่ในทางกลับกัน การกล่าวอ้างจะทรงพลังขึ้นมา เมื่อมีหลักฐานให้เห็นชัดเจนครับ และมันจะทำให้ Sale Page ของคุณแตกต่างโดดเด่นจากคู่แข่งไปเยอะทีเดียว

6. Weakness : จุดอ่อนของเรา

ไม่มีสินค้าที่ดีที่สุดในโลกอยู่จริงครับ และคุณควรจะแสดงความจริงใจด้วยการบอก “จุดอ่อน” ของสินค้าตัวเองออกไปตรงๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเอาเองว่า ด้วยจุดอ่อนที่มีอยู่ ลูกค้ายินดีจะรับมัน เพราะคุณค่าที่ได้มันสูงกว่าหรือไม่ ดีกว่าให้ลูกค้าไปเจอกับตัวเองภายหลัง

Sale Page ที่บอกจุดอ่อนสินค้าของตัวเองให้ชัดเจน จะได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้อ่าน และการ์ดที่เขาตั้งไว้เพื่อป้องกันนักขายทั้งหลาย ก็จะลดต่ำลงโดยอัตโนมัติครับ

สิ่งสำคัญที่เราต้องไม่ลืม เมื่อเป็นเรื่องขายการขายก็คือ “คนทุกคนชอบซื้อ แต่ไม่ชอบถูกขาย” เพราะฉะนั้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยตัวเอง โดยไม่ได้บอกแค่ข้อดี แต่บอกข้อด้อยของเราไปให้เขารู้ด้วยซะเลยนะครับ

7. Who Doesn't Fit : สินค้าของเราไม่เหมาะกับใคร

ไม่ใช่แค่ไม่ได้เก่งที่สุด แต่คุณไม่มีทางที่จะเหมาะกับทุกคนด้วยซ้ำ

และยิ่งคุณเผยสิ่งนี้ให้ลูกค้าได้รู้ใน Sale Page อย่างชัดเจนเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งไว้ใจคุณมากเท่านั้น

แต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ ถ้าคุณรู้จักเก็บข้อมูลให้เป็น การสาธยายว่าสินค้าของคุณไม่เหมาะกับใคร จะเป็นการกรองเอาเฉพาะคนที่เหมาะกับคุณ และเก็บข้อมูลของเขาไว้ใช้งานด้านการตลาดได้ด้วย ซึ่งมันจะช่วยให้คุณเข้าถึงคนที่แม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงต้นทุนการโฆษณาถูกลงอีกด้วย

และสุดท้าย มันจะเป็นการขับไล่ลูกค้าผู้ไม่พึ่งประสงค์ออกไปตั้งแต่ต้น คุณเองก็คงไม่อยากจะค้าขายกับคนที่ไม่ได้เห็นค่าของคุณจริงๆใช่ไหมล่ะครับ?

8. Casual Words : คุยกันสบายๆชิวๆ

นักเขียนที่ดี อาจไม่ใช่นักขายที่ดีเสมอไป และความแตกต่างหลักๆก็อยู่ที่การใช้ภาษานี่แหละครับ

ในขณะที่งานเขียนด้วยภาษาสละสลวยได้รับการยกยอปอปั้น ให้รางวัลเป็นพิเศา แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ภาษาอันสง่างามเหล่านั้นมักไม่สร้างยอดขายครับ

โดยทั่วไปแล้ว ไม่ค่อยมีใครอยากซื้อสินค้าจากคนที่ “สูงส่ง” กว่าเรานักหรอกครับ เขาอาจจะยกย่อง เชิดชู หรือเคารพ แต่เขาจะไม่ควักกระเป๋าจ่ายเงินให้ซักแดง

นักขายเก่งๆ คือคนที่ทำให้ลูกค้า “เชื่อใจได้” ต่างหาก และคุณสามารถสร้างความเชื่อใจได้ จากการพูดคุยกับเขาเหมือนเพื่อน ไม่ใช่เหมือนผู้ทรงความรู้ที่อยากจะขายของซะเต็มแก่

สังเกตุดูสิครับว่า ทุกวันนี้ Call Center ของแบรนด์ใหญ่ๆ ต่างก็ต้องสร้าง Character ชื่อน่ารักๆขึ้นมาคุณกับเรา เสมือนว่าเป็นเพื่อน หรือเป็นน้องที่พร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

แล้ว Sale Page ล่ะครับ ของคุณถูกออกแบบมาให้เป็นผู้ชายใส่สูทผูกไทด์ถือกระเป๋าหนัง พร้อมขายอย่างเป็นทางการ หรือเป็นเพื่อนบ้านใจดีที่ชิวๆ สบายๆ และพร้อมพูดคุยช่วยเหลือลูกค้าอย่างเป็นกันเอง?

9. Space : ที่ว่าง

แทรกเรื่องของศิลปะกันซักนิดครับ ว่ากันว่าวิหารจะมิอาจแลดูสง่างามได้เลย หากปราศจากที่ว่างของเสาแต่ละต้น

แน่นอนครับว่าการเป็นนักขายที่ดี หรือการสร้าง Sale Page ที่มีประสิทธิภาพ เราจะต้องใส่ข้อมูลเข้าไปให้ครบถ้วนที่สุด แต่ที่ว่างเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้อ่านไม่รู้สึกอึดอัด เหมือนถูกกดด้วยข้อมูลมหาศาล และการใส่ที่ว่างได้อย่างมีศิลปะ ยังช่วงให้เรานำสายตาผู้อ่านไปยังจุดที่เราต้องการได้อีกด้วย

นอกเหนือจากการออกแบบที่ว่างเพื่อความสวยงามแล้ว เรายังสามารถสอดแทรกที่ว่างลงไปได้ด้วยการเว้นบรรทัด แบ่งย่อหน้า ขึ้นหัวข้อใหม่ หรือการใส่ Bullet Point ก็ทำได้ครับ

10. Mobile First : ดูในมือถือ ต้องแจ่ม

ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับว่า Traffic ของคุณส่วนใญ่มาจากสมาร์ทโฟน (ยกเว้นเฉพาะสินค้าบางประเภท)

ดังนั้น คุณควรจะเช็คทุกครั้งว่า Sale Page ของคุณสอดรับกับหน้าจอโทรศัพท์ได้ดีอย่างที่ต้องการแน่ๆแล้วหรือยัง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการตอบสนองลูกค้านะครับ แต่มันรวมไปถึงคะแนน Page Rank ที่ Google นำไปใช้ช่วยคำนวนให้คุณถูกพบเวลามีคนค้นหาอีกด้วย

11. Risk Reduction : ลดความเสี่ยงในมือลูกค้า

ถ้าผมถือซองจดหมายใสๆอยู่ในมือ และคุณเห็นได้ชัดเจนว่าในซองมีแบงค์ 1,000 อยู่ จากนั้นผมก็ขอให้คุณแลกแบงค์ 100 กับซองในมือผม คุณจะยินดีแลกไหมครับ?

“ไม่แลกก็บ้าแล้ว!” จริงไหมครับ? เพราะคุณเห็นได้ชัดเจนว่ามันไม่มีความเสี่ยง

ในทางตรงกันข้าม ถ้าซองจดหมายในมือผมเป็นซองทึบ ซึ่งคุณมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน คุณยังยินดีจะแลกแบงค์ 100 กับผมไหมครับ?

นั้นคือสถานการณ์ซื้อขายสินค้าที่เกิดขึ้นจริงครับ (โดยเฉพะากับการซื้อขายสินค้าออนไลน์) ลูกค้าเป็นผู้ถือความเสี่ยงทั้งหมด ผมเองพึ่งจะสั่งซื้อก็อกน้ำมา 2 อัน และก็พบว่ามันใช้ไม่ได้ทั้งคู่ เสียเงินไปฟรีๆ

นี่คือหนึ่งใน “ข้ออ้าง” ที่ทำให้ลูกค้าที่ใช่ ไม่กระตือรือร้นจะจ่ายเงินให้คุณซํกเท่าไหร่ 

แต่หากคุณยินดีที่จะยอมรับความเสี่ยงแทนลูกค้า เรื่องราวมันจะแตกต่างออกไปครับ

Sale Page ที่แจ้งรายละเอียดการรับประกัน การชดเชย หรือการการันตีอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องได้ จะสร้างผลลัพธ์ได้กว่าอย่างชัดเจน และคุณก็ควรจะลดความเสี่ยงในมือลูกค้าทุกๆครั้งที่ขายของ

เพราะถ้าสินค้าของคุณมันดีจริงๆ จะไม่กลัวอะไรล่ะครับ ลูกค้าที่ใช่ จะต้องชอบมันแน่ๆ ว่าไหม? แต่ถ้าสินค้าของคุณไม่ได้ดีอย่างที่คุณโม้ไว้ล่ะก็ อย่าขาย อย่าโฆษณา และอย่าแม้แต่จะเสียเวลาสร้าง Sale Page ให้เมื่อยเลยครับ

กลับไปพัฒนาสินค้าซะก่อนเนอะ

12. Distraction : สิ่งล่อตาล่อใจ

ตรงกันข้ามกับข้ออื่นๆ นี่คือสิ่งที่ “ไม่ควรมี” ใน Sale Page และ Sale Page ส่วนมากกลับทำกันผิดๆครับ

ตัวอย่างของ Distraction ที่ไม่ควรมี (แต่มักจะมีกันครบเลย) ก็คือไอ้พวกปุ่มทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มกดไปสู่หน้าเว็บต่างๆ ปุ่มแช๊ต ปุ่มโทร ปุ่มแอดไลน์ ปุ่มโน่นปุ่มนั่นปุ่มนี่ รวมไปจนถึงช่องคอมเม้น ก็ถือเป็นสิ่งล่อตาล่อใจที่ไม่ควรจะมีอยู่ใน Sale Page ทั้งหมด

Sale Page ที่อุตส่าห์ Hook ให้เขาสนใจซะเต็มเหนี่ยว ควรจะมีแต่ Value ให้เขาได้เสพไปเรื่อยๆ โดยไม่วอกแวกไปส่วนอื่นๆต่างหาก

จนกระทั่งเขาถูก “บิ้ว” มาอย่างเต็มที่แล้ว หน้าที่ของเราก็คือพาเขาไปพบส่วนต่อไปครับ นั่นคือ…

13. Call-To-Action : ทำสิ่งที่ซะ!

คุณโฆษณาไปเพื่ออะไร และคุณเสียเวลาสร้าง Sale Page ขึ้นมาทำไมครับ?

ทั้งหมดทั้งมวล คุณทำเพื่อเป้าหมายบางอย่าง ถ้าไม่มี Call-To-Action เป้าหมายนั้นก็จะไม่มีทางเสร็จสมบูรณ์

 Call-To-Action คือการบอกลูกค้าที่ถูก Hook ถูกบิ้วมาซะดิบดีว่า “ถ้าคุณอยากได้รับคุณค่าที่สูงยิ่งไปกว่านี้ คุณต้องทำยังไง”

สั่งซื้อสินค้า กรอกใบสมัคร ตอบรับจดหมายข่าว หรือแม้แต่เรื่องง่ายๆอย่างการแชร์ให้คนอื่นได้รู้ สิ่งเหล่านี้คือ Call-To-Action ทั้งหมด

และถ้า Sale Page คุณทำหน้าที่ได้ดี Call-To-Action จะส่วนที่กลุ่มเป้าหมายมองหาและเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ แล้วแบบนี้จะขาดไปได้ยังไง จริงไหมล่ะครับ?

14. Urgency : ทำเดี๋ยวนี้เลยนะ!!

ธรรมชาติของมนุษย์ เป็นสิ่งมีชีวิตที่เอื่อยเฉื่อยครับ เราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และเรามักจะมีความสุขหรือยินยอมรับสภาพที่เป็นอยู่แล้ว ไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แม้ว่าเราจะเจอกับทางแก้ปัญหาที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น เราก็มักจะชลอการตัดสินใจไว้ก่อนเสมอ

ดังนั้้น อหนึ่งงค์ประกอบที่จะขาดไปไม่ได้เลยใน Sale Page ก็คือ “ตัวกระตุ้น” ที่จะผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายลงมือทำ และลงมือทำทันที

คุณสามารถเร่งเร้าคนได้ด้วยนสิทธิพิเศษ จำนวนจำกัด หรือโปรโมชั่นใดๆที่เขาจะได้รับ ก็ต่อเมื่อเขาลงมือกระทำเดี๋ยวนี้เท่านั้น นี่คือวิธีที่ได้ผลมาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และจะยังคงได้ผลไปตลอดในอนาคตอีกนานแสนนาน (แต่อย่าลืมมอบหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างของคุณด้วยนะครับ ว่าการลงมือกระทำตอนนี้มันวิเศษที่สุดแล้วจริงๆ)

15. Length Implies Strength : ยิ่งยาวยิ่งดี

ทุกวันนี้รายการต่างๆบนฟรีทีวี ไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว หรือรายการวาไรตี้ จะเต็มไปด้วยช่วงโฆษณาที่คนดังจะออกมาขายสินค้ากันแบบ Hard Sell สุดฤทธิ์

ทุกครั้งจะมีการแนะนำสินค้าอย่างกระตือรือร้น สาธยายคุณงามความดีอย่างละเอียดยิบ พร้อมทำให้คำมั่นสัญญาว่าสิ่งที่นำมาขายได้รับการพิสูจน์มาแล้วอย่างดี โดยรวมช่วงขายของนี้ก็มักจะประมาณครึ่งชั่วโมงได้

ผมจึงแปลกใจเหลือเกินครับ ที่ยังมีคนที่เรียกตัวเองว่า “เอเจนซี่โฆษษณา” รับจ่างยิงแอดให้ลูกค้า แล้วไปบอกลูกค้าว่า “เดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยอ่านกันแล้ว เขียนสั้นๆดีกว่า”

เห็นไหมครับว่าแม้แต่ช่วงเวลา Airtime บนโทรทัศน์ที่แพงกว่ายิงแอด Facebook ตั้งเยอะ เขายังช่วงชิงมาให้กับการขายตั้งขนาดนั้น มีบ้างไหมที่คนดังจะออกมาพูดขายสินค้าสั้นๆ เพราะคิดว่าคนขี้เกียจฟัง!

ความจริงก็คือ คนไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบฟัง และไม่ชอบดู “เรื่องห่วยๆ” หรือเรื่องที่มันไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาครับ แต่ถ้ามันเป็น “เรื่องของเขา” เขาจะต้องการข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Sale Page ที่ดีจึงควรจะอัดแน่นไปด้วยประโยชน์ ประโยชน์ และประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายจะได้ ไม่ว่าจะเยอะแค่ไหนก็ไม่ต้องกังวลครับ ใส่เข้าไปอย่าได้ยั้ง

ยิ่งคุณอธิบายสินค้าของคุณได้เยอะ ยิ่งแสดงให้เห็นหว่าคุณอิน ชำนาญ และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้านี้มากแค่ไหน กลุ่มเป้าหมายก็จะยิ่งเชื่อคุณมากแค่นั้น

Sale Page แบบยาวจึงเอาชนะ Sale Page สั้นๆที่มีแค่รูป และมีเนื้อหาน้ำๆ อยู่เสมอครับ

ทั้งหมดนั่นคือ 15 ข้อ ที่ทุก Sale Page ควรมี

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ใช้งาน Sale Page เพื่อช่วยขายสินค้าอยู่ อย่าลืมกลับไปเช็คให้ดีว่ามีทุกอย่างครบตามนี้แล้วหรือยังนะครับ

แล้วคุณจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นผิดหูผิดตา โดยที่ยังไม่ต้องไปแตะต้องการตั้งค่ายิงแอดใดๆเลยล่ะครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

บทความล่าสุด

Article

แจกฟรี! กลุ่มเป้าหมายลับ ขายดิบขายดีได้กับทุกธุรกิจ

ปวดหัวกับการทดสอบหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่ สำหรับยิงแอด Facebook อยู่ใช่ไหมครับ? บทความนี้จะพาไปรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายลับ ที่ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าใดๆอยู่ กลุ่มเป้าหมายนี้จะสร้างผลลัพธ์ให้อย่างมหัศจรรย์

Article

ที่ขาดทุนค่าแอด อาจเพราะ Funnel ของคุณไม่ลึกพอ?!

ถ้าคุณกำลังประสบปัญหายิงแอดขาดทุนอยู่ อย่าพึ่งรีบไปมองหาสูตรลับที่ไหนครับ ในบทความนี้ผมจะพาไปพูดคุยกันถึงเรื่องที่คนมักมองข้าม ซึ่งสามารถช่วยให้นักธุรกิจออนไลน์ที่ยิงแอด สามารถทำกำไรเอาชนะค่าโฆษณาที่แพงขึ้นทุกวันได้

Follow Income in click Thailand

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างเป็นปกติ

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Facebook

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Facebook เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Facebook ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Line

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Line เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Line ได้

บันทึก