fbpx

5 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้

ค่าแอด Facebook โคตรแพง!

แถมยังขายไม่ดีอีกต่างหาก…

ยิงแอด Facebook อยู่แต่ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจใช่ไหมครับ?

ถ้าคุณยังต้องลุ้นทุกวัน ว่าจะมีคนทักมาซื้อสินค้ารึเปล่า

ถ้าคุณยังต้องคิดหนักว่าหลังจากจ่ายค่าแอดไปแล้ว คุณจะเหลือกำไรซักกี่บาท

หรือแย่กว่านั้น ถ้าบางวันคุณต้องเสียเงินไปฟรีๆ โดยที่ทุกอย่างนิ่งสนิทจนต้องสงสัยว่าแอดมันวิ่งอยู่รึเปล่า

“คุณอาจกำลังตกเป็นเหยื่อของ 5 ความเชื่อผิดๆที่มีแต่จะทำให้ค่าแอดของคุณแพงขึ้นเรื่อยๆ”

แถมยิงไปก็มีแต่คนทัก แต่ขายของแทบไม่ได้

ความเชื่อผิดๆเหล่านี้มีที่มาจากไหน และจะต้องแก้ไขยังไงเพื่อให้ยิงแอดแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

เดี๋ยวผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังครับ

แต่ก่อนอื่น ผมจะพาไปรู้จักกับความเชื่อผิดๆทั้ง 5 กันก่อน

ความเชื่อผิดๆข้อที่ 1 : ยิงแอดด้วยแคมเปญข้อความดีที่สุด

กำลังยิงแอดด้วยแคมเปญข้อความ (Messages Campaign) อยู่เลยใช่ไหมครับ?

ผมรู้ได้ยังไงน่ะหรอ?

ก็เพราะว่านี่คือแคมเปญอันดับหนึ่งที่นักธุรกิจออนไลน์ไทยมักจะใช้กันไงครับ

ขอเดาต่อนะครับว่าสิ่งที่คุณได้กลับมาคือ…

ข้อความที่ส่งมาว่า “สนใจ” ซึ่งเมื่อคุณตอบกลับไปด้วยข้อมูลสินค้า ลูกค้าคนนั้นก็จะเงียบหายไปกับสายลม

เหลือไว้แค่ค่าแอดที่คุณต้องจ่ายให้ Facebook…ฟรีๆ

แทงใจดำใช่ไหมล่ะครับ?

ไม่ต้องห่วงครับ คุณไม่ใช่คนเดียวที่เจอเหตุการณ์นี้ นักธุรกิจออนไลน์ไทยส่วนใหญ่ที่ยิงแอด Facebook ก็กำลังประสบปัญหานี้ และกำลังดิ้นรนหาทางแก้กันทั้งนั้น

ปัญหานี้เกิดมาจากความเชื่อผิดๆที่คิดว่าคุณต้องใช้แคมเปญข้อความ ถึงจะขายสินค้าได้

ความจริงมันเป็นอย่างนี้ครับ…

เราทุกคนรู้กันดีว่า Facebook และ Algorithm อันแสนฉลาดสามารถแยกกลุ่มคนตาม เพศ อายุ ความสนใจ และอะไรอีกหลายๆอย่างได้

แต่ไม่ใช่แค่นั้น Facebook ยังแยกกลุ่มคนตาม “พฤติกรรม” ด้วย และคุณสามารถยิงแอดไปหาคนที่มีพฤติกรรมตามที่คุณต้องการได้

การเลือกใช้แคมเปญข้อความ คือการบอก Facebook ว่า ให้ยิงแอดไปหา “คนที่มีพฤติกรรมชอบพูดคุยทาง Inbox”

ปัญหามีอยู่ว่า… ในตลาดของธุรกิจคุณ คนที่มีพฤติกรรมชอบคุย Inbox มีอยู่จำกัด ถูกไหมครับ?

เมื่อคู่แข่งทุกคนของคุณรุมยิงแอดกันที่คนกลุ่มนี้ ค่าแอดก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะโฆษณาต้องแย่งกันไปโผล่ในพื้นที่อันจำกัด

ไม่เพียงเท่านั้น… คนที่มีพฤติกรรมชอบแช๊ตไม่ได้มีค่าเท่ากับคนที่ชอบซื้อ แต่ที่จริงพวกเขายังแบ่งย่อยอีกเป็น 3 กลุ่ม ลองดูนะครับว่าจริงรึเปล่า

1. กลุ่มคนที่คลิกมา Inbox โดยไม่ได้ตั้งใจ

2. กลุ่มคนที่ “สนใจค่ะ/สนใจครับ” แล้วเงียบหาย รวมถึงคนที่ส่งข้อความมาว่า

“สนใจ” หรือ “…” หรือ “📌” หรือ “👍”

ประหนึ่งว่าเหงาและอยากหาเพื่อนคุยเฉยๆ

3. กลุ่มคนที่สั่งซื้อจริงๆ (นี่คือคนที่คุณอยากได้)

แต่กว่าคุณจะแย่งกันยิงแอดเพื่อไปให้เจอกลุ่มที่ 3 อันน้อยนิด คุณต้องจ่ายค่าแอดมหาศาล แถมยังคุณจะต้องคุยกับคนกลุ่ม 1 และ 2 ทั้งหมดด้วย

ผลลัพธ์มันเลยออกมาอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่เลยว่าไหมครับ?

ความเชื่อผิดๆข้อที่ 2 :  ต้องขยันทดสอบหากลุ่มเป้าหมาย สร้างกลุ่มเป้าหมายด้วยความสนใจ (Interest) ใหม่ๆ

ผมเชื่อครับ ว่าคุณคือผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจของคุณ

แต่ความจริงก็คือ… ไม่ว่าคุณจะมีความคิดสร้างสรรค์กับการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายขนาดไหน

คุณและคู่แข่งของคุณก็มักจะลงเอยยิงแอดหากลุ่มเป้าหมายที่ไม่ต่างกันมากอยู่ดี

เมื่อกลุ่มเป้าหมายมันใกล้เคียงกัน โดนแข่งกันยิงแอดใส่ ไม่ใช่แค่คุณหรอกครับ แต่ค่าแอดของทุกคนที่ทำธุรกิจแข่งกับคุณอยู่ก็จะแพงขึ้นเรื่อยๆ จริงไหมครับ?

“ถ้าไม่สร้างกลุ่มเป้าหมายเอง แล้วต้องทำยังไงล่ะ?”

ตอบให้ง่ายๆก่อนว่า “คุณควรจะให้ Facebook ช่วยหากลุ่มเป้าหมายให้”

จะทำได้ยังไงเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ

แต่ก่อนอื่น… มีความเป็นไปได้ที่คุณอาจตกเป็นเหยื่อของความเชื่อผิดๆข้อที่ 3 ด้วย

ความเชื่อผิดๆข้อที่ 3  : ต้องคอยทำคอนเท้นยิงแอดใหม่เรื่อยๆ ไม่งั้นคนเห็นจะเบื่อ แล้วจะขายไม่ได้

“คอนเท้นต้องสดใหม่ คอนเท้นต้องตามเทรนด์ คอนเท้นต้องต่อเนื่อง” มีความคิดแบบนี้อยู่รึเปล่าครับ?

ถ้าใช่ล่ะก็… ขออภัยครับ สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มันแค่มอบความบันเทิงให้คนอื่น แต่ไม่ได้ทำให้เขาซื้อของ

ความจริงคือ คุณไม่ควรจะยิงแอดด้วยคอนเท้นใหม่อยู่เรื่อยๆ

เพราะอะไรน่ะหรอครับ? ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบนี้ครับ

เวลาคุณไปในที่ ที่ไม่รู้จัก แล้วจะหาร้านกินข้าว คุณดูอะไรเป็นอันดับแรกครับ?

โอเค คุณอาจจะดูรีวิวจากเว็บ แอพฯ หรือโซเชี่ยลมีเดีย

แล้วถ้าคุณไม่มีเครื่องมือเหล่านี้คอยช่วยล่ะ… สมมติว่าคุณต้องเดินทางย้อนเวลาไปซัก 20 ปีก่อน

ผมคิดว่า วิธีการหาร้านอาหารน่ากินของเราคงไม่ต่างกันนั่นคือ…

“ร้านไหนคนเยอะ ร้านนั้นน่าจะอร่อย” ใช่ไหมครับ?

หลักการเดียวกันเลยครับ

ถ้าคุณคอยทำคอนเท้นโฆษณา และยิงแอดตัวใหม่เรื่อยๆ แอดตัวใหม่ของคุณจะหน้าตาเหมือนร้านที่พึ่งเปิดใหม่ ซึ่ง “ไม่มีใครอยากเสี่ยงไปลองเป็นคนแรก”

ในขณะที่แอดที่ทำงานมาได้ซักพัก มีคนไลค์ แชร์ และพูดคุยด้วยความสนใจในคอมเม้น ก็เหมือนร้านอาหารที่มีคนนั่งกินอยู่เต็มร้าน

ระหว่างร้านค้าทั้งสองแบบ และระหว่างแอดทั้งสองแบบ เป็นคุณจะเลือกสนใจอันไหนครับ?

แอดที่ได้รับความสนใจเยอะๆ และขายได้ดีแบบนี้เรามักเรียกกันว่า “แอดนางฟ้า” ซึ่งมันมีวิธีสร้างอยู่ เดี๋ยวผมจะบอกให้ครับว่าต้องทำยังไง

แต่การจะสร้างแอดนางฟ้าได้ คุณจะต้องไม่ติดกับดักความเชื่อผิดๆในข้อที่ 4

ความเชื่อผิดๆข้อที่ 4  :  ต้องวิเคราะห์ตัวเลขผลลัพธ์ที่ Facebook โชว์ให้ดูให้เก่ง

เรียนมาใช่ไหมครับว่า…

คุณต้องอ่านผลลัพธ์ที่เป็นค่าตัวเลขยุบยับของ Facebook ให้ออก

Reach, Impression, Frequency, Click, Cost per click, Like, Comment, Share ฯลฯ

ความจริงแล้ว… ถ้าคุณไม่ใช่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่เน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง การดูตัวเลขเหล่านี้ต้องบอกว่าไม่เกิดประโยชน์อะไรซักเท่าไหร่เลยครับ

ตัวเลขที่ SMEs อย่างคุณต้องรู้มีแค่ 2 อย่างเท่านั้น

1. จะต้องเสียเงินค่าแอดกี่บาท ถึงจะขายสินค้าได้ 1 ชิ้น

2. ถ้ายิงแอดแล้วขายสินค้าไม่ได้ (หรือขายได้น้อย) คุณเสียกลุ่มเป้าหมายไปตอนไหน

น่าเสียดายที่ข้อมูลตัวเลขสำคัญๆเหล่านี้ Facebook ไม่ได้บอกคุณง่ายๆ

ถ้าคุณอยากรู้ว่าจะต้องทำยังไงให้ Facebook ยอมคายของดีพวกนี้ออกมาให้ อ่านต่อไปเรื่อยๆนะครับ เดี๋ยวผมจะบอกวิธีให้

แต่ตอนนี้… ผมมั่นใจว่าถ้ายิงแอดไปซักพักคุณจะต้องมีความเชื่อผิดๆข้อที่ 5 อยู่ด้วยแน่ๆ

ความเชื่อผิดๆข้อที่ 5  : ยิงแอด 1,000 บาท ขายของได้เงิน 5,000 บาท ถ้าเพิ่มงบยิงแอดเป็น 2,000 บาท จะขายได้ 10,000 บาท

ก่อนอื่น ถ้าคุณเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ

มันหมายความว่า อย่างน้อยๆ คุณก็ “เคย” ยิงแอดจนขายดีมาก่อน

แต่การจะ “ขายให้ดีขึ้นไปอีก” ด้วย Facebook Ads มันไม่ได้ตรงไปตรงมาขนาดนั้นครับ

ถ้าคุณเคยเพิ่มงบด้วยความเชื่อผิดๆแบบนี้ล่ะก็ คุณน่าจะได้พบประสบการณ์ “แอดเจ๊ง” เรียบร้อยแล้ว

Facebook Ads คือการแข่งขันครับ

เมื่อคุณเพิ่มงบค่าแอด คุณกำลังสร้างผลกระทบให้กับคู่แข่งในตลาดเดียวกับคุณ

มันจึงเกิดปฏิกริยาบางอย่างโต้กลับมาเสมอ

ที่สำคัญกว่านั้น การเพิ่มงบค่าแอดอย่างไม่ถูกวิธี จะเป็นการกระตุ้นให้ Algorithm ของ Facebook กลับไปเริ่มต้นทำงานใหม่ตั้งแต่แรก ซึ่งมักจะไม่ได้ให้ผลลัพธ์ดีเหมือนเดิม

แอดที่ขายได้อยู่ดีๆ พอเพิ่มงบปุ๊บจึง “เละทันที”

และทั้งหมดนี่คือ 5 ความเชื่อผิดๆที่มักทำให้การยิงแอดแล้วไม่สร้างผลลัพธ์

คุณมีความเชื่อผิดๆข้อไหนใน 5 ข้อนี้รึเปล่าครับ?

ถ้ามีล่ะก็ ผมอยากจะบอกว่า…

“นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณเลยครับ”

ผมเองก็เคยยิงแอดด้วยความเชื่อผิดๆพวกนี้มาก่อน

เพราะเมื่อก่อนผมก็เรียนรู้วิธียิงมาจากแหล่งเดียวกับคุณนั่นแหละครับ

ช่อง Youtube ที่สอนกันฟรีๆ หรือคอร์สยิงแอดราคาถูกที่ขายกันเกลื่อนไปหมด

แต่หลังจากเสียค่ายิงแอดไปหลายล้าน (เดี๋ยวคุณจะได้เห็นว่าผมยิงแอดเป็นล้านจริงๆ) แถมยังเจ๊งกับธุรกิจไปอีกหลายตัว…

“ผมก็ได้พบวิธียิงแอด 4 ขั้นตอนที่ได้ผลลัพธ์จริงทุกครั้ง”

ที่สำคัญกว่านั้นคือ…

ผมได้มีโอกาสช่วยแนะนำให้นักธุรกิจออนไลน์พันกว่าคนหลุดพ้นจากความเชื่อผิดๆทั้ง 5 แล้วพบกับผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ

นักเรียนของผมสามารถสร้างแอดนางฟ้าที่มีคนสนใจมากมาย และสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ

จนผมมั่นใจว่า นี่คือวิธียิงแอดที่เวิร์คที่สุด

อยากรู้แล้วไหมครับว่า 4 ขั้นตอนนั้นคืออะไร

ไปดูกันเลยครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างเป็นปกติ

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Facebook

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Facebook เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Facebook ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Line

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Line เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Line ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำพฤติกรรมของคุณ มาช่วยปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึก