หนทางยั่งยืนบนโลกออนไลน์

แชร์บทความนี้ทาง Facebook

ผมเล่าให้ฟังไปแล้วใช่ไหมครับ?

…ว่าผมทำได้ทั้งเว็บไซต์ ยิงแอด และเขียนคอนเทนต์ขาย (Copywriting)

(ถ้าคุณเผลอเข้ามาที่หน้านี้โดยบังเอิญ คุณอาจงงๆและอ่านไม่รู้เรื่อง ย้อนกลับไปอ่านบริบทที่มาที่ไปก่อนได้ ที่นี่ นะครับ)

ขอขิงเพิ่มอีกหน่อยนะครับ ว่าที่บอกว่า “ทำเว็บไซต์ได้” คือผมทำเป็นอาชีพ มีลูกค้าเป็นสิบๆเจ้า (ที่ตอนนี้ผมก็ยังดูแลเว็บไซต์ให้อยู่ และเก็บค่าบริการรายปี)

ไม่ใช่แค่นั้น… ด้วยความที่ผมชอบเล่นกับเครื่องมือ ผมจึงทำได้ทั้งการสร้าง Funnel ใส่ Upsell ได้ทุกรูปแบบ แม้แต่เว็บที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ ผมก็ทำขึ้นมาเป็น LMS (Learning Management System) ที่มีนักเรียนล็อกอินเข้ามาเรียนคอร์สออนไลน์ด้วยตัวเองได้ และที่สำคัญ ผมประยุกต์การทำ Sales Funnel แบบฝรั่งมาใช้กับไทย โดยการปรับวิธีชำระเงินให้เหมาะสมได้ด้วย (ทดสอบมาแล้วด้วยครับ ว่ามีคนซื้อจริง!)

ที่บอกว่ายิงแอดได้เนี่ย ผมยิงแอด Conversion ได้เกือบทุก Platform นะครับ ผมใช้ Pixel ได้แบบที่มั่นใจเลยว่าคนไทยกว่า 99% ทำไม่เป็น มีนักเรียนกว่า 2,000 คนมาเรียนเรื่องนี้กับผม และนักเรียนหลายคนเอาไปเปิดคอร์สสอนต่อได้สบายๆ แถมผมยัง Setup การเก็บข้อมูลด้วย Server-Side ได้ ทั้งๆที่ไม่มีมีความรู้พื้นฐานด้าน Programming เลยด้วย! (ถ้าคุณงงว่า Server-Side คืออะไร ไม่ต้องแปลกใจนะครับ คนยิงแอดกว่า 90% ไม่รู้เรื่องนี้)

และที่ว่าผมเขียน Sales Copy ได้เนี่ย… อืม อันนี้ไม่ขิงละกัน เพราะถ้าคุณตามอ่านคอนเทนต์ที่ผมเขียนขายตัวเองมาถึงตรงนี้ มันก็น่าจะพิสูจน์ความเป็น Copywriter ของผมให้เห็นชัดแล้ว

ทักษะพวกนี้ทำให้ผมเป็น Digital Marketer หรือนักการตลาดออนไลน์ได้สบายๆเลยครับ แต่…

มันไม่สามารถทำให้ผมเป็นนักธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ ผ่านร้อนผ่านหนาวได้ทุกสถานการณ์ และสร้างธุรกิจให้เติบโตมั่นคงได้

ผมเรียนรู้ลึกขึ้นแล้วก็พบว่าสิ่งที่ผมทำ ใกล้เคียงอยู่กับศาสตร์ที่เรียกว่า Direct Response Marketing

แต่ทักษะต่างๆที่ผมมี มันเป็นแค่ปลายภูเขาของ Direct Response Marketing เท่านั้นเอง

เชิงเขาคืออะไร?

หลักจากที่ผมอับจนหนทาง ยิงแอดขายของต่อไปไม่คืบหน้า พยายามทำสินค้าใหม่ (คอร์สเรียนใหม่) มาขายลูกค้าเก่าใน List ก็แล้ว เอาไปยิงแอดขายก็แล้ว แต่ไม่มีทางไหนเวิร์ค

ผมก็บังเอิญๆได้เรียนรู้หลักการ “ทำเงินหลังบ้าน” ของ Direct Response Marketing เพิ่มพอดี

โครงสร้างธุรกิจที่เหมาะกับการทำการตลาด ที่จริงควรจะแบ่งสินค้าออกเป็น 3 ระดับครับ

  • DIY (Do it Yourself) : สินค้าที่ขายให้ลูกค้าเอาไปทำเองหรือใช้เอง
  • DWY (Done with You) : สินค้าที่เราลงมือทำไปพร้อมๆกับลูกค้า
  • DFY (Done for You) : สินค้าที่เราทำให้ลูกค้าเลย

ปัญหาของธุรกิจคอร์สเรียนออนไลน์ของผม เกิดจากการที่ผ มีสินค้าอยู่แค่ในระดับแค่ DIY เท่านั้นเอง!

ผมได้เรียนรู้ว่า หลังจากที่มีลูกค้าซื้อคอร์สออนไลน์ไปเรียน ถ้าคอร์สของผมทำได้ดี จะเกิดกลุ่มลูกค้ากว้างๆขึ้นมา 4 กลุ่มเสมอ

1) กลุ่มที่เรียนแล้วรู้สึกว่า “แม่งกากว่ะ” แล้วเขาก็จะเดินจากเราไป สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ผมก็ทำได้แค่ปล่อยเขาจากไป

2) กลุ่มที่เรียนแล้วรู้สึกว่า “เห้ย! เจ๋งว่ะ ชอบมาก” แล้วอยากเรียนคอร์สออนไลน์คอร์สอื่นต่อไปอีกเรื่อยๆ สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ผมสามารถสร้างคอร์สออนไลน์ใหม่ๆมาเพิ่มคุณค่าให้พวกเขาเรื่อยๆ และพวเขาก็ซื้อเรื่อยๆเกือบทั้งหมด ผมมีลูกค้ากลุ่มนี้นิดหน่อยแต่ไม่มากพอที่จะเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว (แถมเมื่อก่อน ความรู้ผมก็เท่าหางอึ่งด้วย ไอเดียแทบไม่มีมาทำคอร์สใหม่เลย) ธุรกิจผมจึงเกิดปัญหาทั้งๆที่มีฐานลูกค้าในมืออยู่แล้ว

3) กลุ่มที่ก็ชอบนะ แต่เรียนไม่จบ… ไม่ค่อยถนัดนั่งเรียนเอง ง่วง ขี้เกียจ ไม่มีสมาธิ เหตุผลนานา บลา บลา สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ผมสามารถทำคอร์สเรียนสดขึ้นมาขายได้ และนั่นคือสิ่งที่ผมทำครับ ผมเปิด Workshop ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำ Workshop เสร็จก็ Record แล้วเอามาขายเป็นคอร์สเรียนออนไลน์ต่อ สินค้าในโลกของผมก็เลยมากขึ้นเรื่อยๆ

4) กลุ่มที่เรียนแล้วชอบ รู้สึกศรัทธาเรา แต่ไม่อยากเรียนแล้วอ่ะ ไม่มีเวลา อยากหา Expert ช่วยทำให้ สำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ ผมรับจ้างทำไปเลยครับ ก็… ถ้าผมเก่งจริงอย่างที่สอน ทำไมจะช่วยเขาทำไม่ได้ล่ะ จริงไหม?

แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ผมได้เรียนรู้จาก Direct Response Marketing ธุรกิจผมก็เปลี่ยนจากหลังมือมาหน้ามือเลยครับ! เปลี่ยนยังไงเดี๋ยวเล่าให้ฟังต่อ…

แต่ตรงนี้ ผมอยากเน้นย้ำบางอย่างให้เข้าใจตรงกันซะก่อน…

หลายครั้งที่ผมเปิดคอร์สเรียนแล้วมักจะมีคนเข้ามาถามว่า “คอร์สนี้เหมาะกับธุรกิจ XXX ไหม?” คำตอบของผมเหมือนกันเสมอคือ “ผมสอนหลักการครับ ไม่ได้สอนเจาะจงลงไปในธุรกิจไหนโดยเฉพาะ”

คือ… ผมอยากจะบอกว่า ไม่รู้ธุรกิจไหนที่ชนะได้โดยการทำสิ่งเดิมๆเหมือนที่คนอื่นๆเขาทำครับ ธุรกิจที่เป็นเจ้าตลาดล้วนแล้วแต่ทำในสิ่งที่คู่แข่งคิดไม่ถึง และพวกเขาจะทำสิ่งนั้นได้ เริ่มต้นง่ายๆคือการไปเอาความรู้จากวงการอื่นมาประยุกต์ใช้

เวลาได้เจอกับความรู้ใหม่ๆ จะมีคน 2 กลุ่มเสมอ

กลุ่มแรกคือคนที่คิดว่า “เรื่องนี้ใช้กับธุรกิจของฉันไม่ได้หรอก ไม่เห็นมีใครเขาทำกันเลย” กลุ่มนี้จะมองหาแต่วิธีเดิมๆสำหรับธุรกิจของตัวเอง เมื่อได้เจอก็อาจจะช่วยให้ธุรกิจดีขึ้นระดับนึง แต่สุดท้ายก็จะขยายไปเกินกว่าที่คู่แข่งเจ้าอื่นๆทำกันอยู่ในตลาดไม่ได้

กลุ่มที่สองคือคนที่คิดว่า “เรื่องนี้ใหม่แฮะ เราจะประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเรายังไงดีนะ” กลุ่มนี้ในระยะยาวจะกลายเป็นผู้ชนะ

หลักการสร้างโมเดลธุรกิจแบบ Direct Response Marketing ที่ผมเล่าให้ฟัง สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะขายคอร์สเรียนออนไลน์ ขาย Digital Product หรือขายสินค้าทั่วไป (Physical Product) หรือขายบริการใดๆก็ตาม

ผมรู้ดี เพราะผมทำให้ลูกค้าอยู่ครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณประยุกต์เป็นรึเปล่า

หวังว่าคุณจะมี Mindset แบบผู้ชนะ และเห็นค่าของสิ่งที่ผมแชร์นะครับ

เอาล่ะ Direct Response Marketing ช่วยให้ผมมีโมเดลธุรกิจใหม่ และมีสินค้าเพิ่มมากขึ้นแล้ว…

คราวนี้ลองมาเจาะลึกสินค้าแต่ละชั้น (Layer) ของผมกันครับ ว่าผมได้เรียนรู้อะไร กว่า Direct Response Marketing ของผมจะสมบูรณ์

เริ่มที่ชั้นลึกสุดก่อน…

DFY คือเงินชัวร์

ปัญหาหลักก่อนหน้านี้ของผม คือการพึ่งพาแอดโฆษณาเพื่อขายสินค้ามากเกินไป ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมต้องแก้ไข คือสร้างวิธีทำเงินที่ค่อนข้างการันตีว่ามีรายได้แน่ๆ

และนั่นคือสินค้าในระดับ DFY ครับ ผมเอาทักษะที่มีอยู่มาเปิดเป็นบริการทำโฆษณาออนไลน์ให้กับลูกค้า เก็บเงินเป็นรายเดือนแบบเก็บซ้ำๆทุกเดือน ต่อไปผมจะได้ไม่ช็อตเงินอีกในวันที่แอดโฆษณาทำผลลัพธ์ไม่ดี

แน่นอนครับ ผมก็หาลูกค้าจากใน List ที่มีอยู่นั่นแหละ

เนื่องจากผมเพิ่งเริ่มเปิดให้บริการ และเพิ่งเคยทำโฆษณาให้ธุรกิจคนอื่นเป็นครั้งแรก ผมไม่รู้เลยว่าควรจะเลือกทำงานกับลูกค้าแบบไหน และธุรกิจกลุ่มไหน

ผมเลยรับหมด มีลูกค้ามาทีเดียวเกือบ 20 เจ้าเลย

ช่วงนั้นรายได้ไม่มีปัญหาแล้วครับ แต่… หัวหมุนสิ!

ผมได้ลองทำโฆษณาให้ธุรกิจจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอาหารเสริม อาหารสัตว์ สกินแคร์ การศึกษา ของใช้ส่วนตัว สินค้าโอทอป ของกิน เฟอร์นิเจอร์ อสังหาฯ แฟชั่น ฯลฯ เรียกได้ว่าผมได้ดึงเอาศักยภาพความเป็นนักโฆษณาออกมาใช้เต็มที่ และนี่เป็นช่วงที่ผมได้พัฒนาตัวเองเพิ่มเยอะมากเลยครับ

แต่ถึงยังไงก็ตาม ผมไม่มีทางจะขายเก่งไปซะทุกอย่างอยู่แล้ว มีสินค้าบางประเภทที่ผมทำได้ดี และสินค้าบางประเภทที่ผมเพิ่มยอดขายให้ไม่ได้เลย

มิหนำซ้ำผมยังรับมือกับลูกค้าทุกแบบไม่ได้ด้วย มีลูกค้าบางประเภทที่ทำงานกันแล้วผมไม่สบายใจอย่างมาก กับลูกค้าบางประเภทที่ผมมีความสุขสุดๆได้ทั้งเงิน ทั้งความรู้ และก็สนุกมากๆ

หลังจากเริ่มทำโฆษณาให้ลูกค้ามาราวๆ 2 ปี ผมถึงได้พบว่า “ลูกค้าในฝัน” ของผมมี Pattern บางอย่างร่วมกันอยู่

ผมตกผลึกแล้วว่า ธุรกิจไหนที่ผมอยากดูแลและมีปัญญาช่วยสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้ได้

และธุรกิจไหนที่ไม่เหมาะกับผมเอาซะเลย

สิ่งนี้กลายมาเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสุดๆสำหรับ Direct Response Marketing ครับ…

คุณรู้จักลูกค้าในฝันของตัวเองหรือยัง?…

DIY ตัวกรองขั้นต้น

เมื่อมีธุรกิจที่ทำเงินชัวร์รองรับอยู่หลังบ้าน คอร์สออนไลน์ก็ไม่ใช่รายได้หลักของผมอีกต่อไปครับ

ที่จริงต้องบอกว่า ผมแทบไม่ได้มองมันเป็นแหล่งรายได้เลยด้วยซ้ำ!

คอร์สออนไลน์จะทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรสร้างฐานลูกค้าให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และ Feed คนเข้ามาในธุรกิจส่วนอื่นๆของคุณ ทั้ง DFY ที่ผมเพิ่งเล่าให้ฟังไป และ DWY ที่จะเล่าต่อไปด้วย

สมัยก่อน เวลาผมทำคอร์สเรียนออนไลน์ ผมก็จะไปหาข้อมูลดูว่าเรื่องไหนที่มันเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์และการโฆษณา (ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบ) ที่มันกำลังได้รับความสนใจ ผมก็เอาเรื่องนั้นมาทำคอร์สเรียน

แต่ด้วย Direct Response Marketing 101 ที่สอนให้ผมเลือกคัดเฉพาะลูกค้าในฝันเข้า List แล้วธุรกิจหลังบ้านจะทำเงินให้ได้อย่างดี…

คอร์สเรียนออนไลน์ของผมจึงมีหน้าที่เฟ้นหาและคัดกรองเฉพาะลูกค้าที่ใช่ ให้ซื้อ และเข้ามาในฐานลูกค้าครับ

เนื้อหาของคอร์สต้องตอบสนองสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มนี้ต้องการ ต้องบริโภคได้ง่าย (คือมันต้องไม่ยาวเกินไป ไม่งั้นคนส่วนใหญ่จะขี้เกียจเรียน) เพื่อให้เข้าได้รู้ว่าผมมีของจริง และต้องเชื้อเชิญเขาให้เดินต่อเข้ามาในโลกธุรกิจของผม

ผมยินดีจ่ายทำไหร่ก็ได้เพื่อให้ได้ลูกค้าแบบนี้มา ขอแค่ไม่ขาดทุน หรือขาดทุนนิดหน่อยก็ยังได้ เพราะเดี๋ยวผมก็จะทำกำไรจากพวกเขาโดยไม่เสียค่าการตลาดได้อยู่ดี

พอเป้าหมายชัดแบบนี้ ผมมีรายการคอร์สเรียนใหม่ที่จะออกนับสิบๆคอร์สได้เลยครับ ไม่มีคำว่าไอเดียสร้างสินค้าตันอีกต่อไปแล้ว

DWY เป็นโบนัส

ผมเปิดบ้านโดยขายสินค้า DIY กรองเฉพาะคนที่ใช่เข้ามาทำกำไรด้วย DFY ถึงจะทำได้ดีแค่ไหน ก็ไม่ใช่ทุกคนซื้อซื้อ DIY แล้วจะซื้อ DFY ต่อครับ นี่คือเรื่องปกติธรรมดามากๆของหลักการ Funnel

แล้วคนที่หลงเหลือนั้น เราทำเงินจากเขาต่อไม่ได้เลยหรอ? เปล่าครับ… เรายังนำเสนอการ “จับมือทำ” ให้กับบางคนได้

สินค้า DWY มักจะเป็นพวก Workshop คลาสเรียนสด หรืองาน Consult ที่มีลักษณะแบบทำไปด้วยกัน คนที่ชอบสินค้ากลุ่มนี้คือคนที่จริงๆอยากจะ DIY (อยากทำเองนั่นแหละ!) แต่ไม่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองคนเดียวได้ (พอพูดแบบนี้เห็นภาพเลยใช่ไหมครับ ว่ามีเยอะมาก)

ใน List ของผม ผมจึงเปิดขายคอร์สเรียนสดและงานที่ปรึกษาหรือการสอนตัวต่อตัวเพิ่มครับ

นี่คือธุรกิจที่ทำเงินให้ผมแบบไม่มีต้นทุนตัวเงินเลย (แต่มีต้นทุนเวลา)

ผมมองว่ามันคือ Bonus ครับ ถ้าผมต้องการสร้างรายได้ผมก็เปิดขายและทำงานซะ ถ้าช่วงไหนผมไม่ซีเรียสเรื่องเงินเท่าไหร่ผมก็หยุดขายไปก่อน (เพราะมันต้องเอาเวลามาทำงานแลก) นี่ถือเป็นฟูกรองรับอีกหนึ่งชั้น เพื่อป้องกันความไม่เสถียรของธุรกิจออนไลน์

เมื่อวางโครงสร้างธุรกิจครบทั้ง 3 ชั้น ก็เหลือแค่ 2 เรื่องที่ต้องทำ…

  1. เปิดบ้านรับคนที่ใช่เข้ามาให้มากที่สุด
  2. เพิ่มโมเดลธุรกิจทำเงินหลังบ้านต่อให้ลึกที่สุด

งบยิงแอดไม่จำกัดด้วย Sales Funnel

เครื่องจักรธุรกิจของผมจะทำงานต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ผมป้อน “ลูกค้าที่ใช่” เข้ามาใน List ได้เรื่อยๆ

ทุกวันนี้ การยิงแอดหาลูกค้าใหม่สำหรับผมเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ เพราะผมไม่ได้แบกรายได้ทั้งหมดไว้ที่จุดนี้

แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ถ้าหน้าบ้านทำได้ไม่ดี หลังบ้านก็อาจจะสะดุดได้ ดังนั้น ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมก็ยังอยากจะทำผลลัพธ์จากการยิงแอดโฆษณาให้ดีต่อไปได้เรื่อยๆ

เวลาต้องพึ่งพาแอด สมัยก่อน ผมจะศึกษาเรื่องแอดให้เยอะขึ้น แต่ประวัติศาสตร์สอนผมแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับการโฆษณามันคือปัจจัยภายนอกที่บางครั้งเราควบคุมมันไม่ได้จริงๆ

โชคดีที่ Direct Response Marketing สอนให้ผมจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการปรับ “ปัจจัยภายใน” ที่เราควบคุมได้ 100%

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมยิงแอดขาย DIY แล้วผลลัพธ์ดรอปลง แทนที่ผมจะปรับแอด ผมจะเพิ่มสินค้าลงใน Sales Funnel หรือที่เรียกกันว่า Upsell ครับ

สมมติผมขายสินค้าอยู่ 990 บาท เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมพยายามจะ Scale Up ต้นทุนต่อการซื้อหรือได้มาซึ่งลูกค้า 1 คน (Customer Acquisition Cost หรือ CAC) จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

พอผม Scale ไปถึงจุดนึง กำไรอาจจะเป็น 0 หรือติดลบเลยก็ได้

วิธีแก้ก็ไม่ยากครับ แค่ Upsell สินค้าเข้าไป เช่น จากที่ขายสินค้า 1 ชิ้น 990 ก็เพิ่มข้อเสนอพิเศษเข้าไปอีก 1 ชิ้น ให้ได้ยอดขาย 1,980 บาท

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้อสินค้า Upsell นี้ แต่ถ้าทำได้ดี ปกติจะมีคนซื้อราวๆ 30% เลยครับ

ยอดเงินที่เพิ่มขึ้น จะช่วยให้ผม Scale ต่อไปได้เรื่อยๆ และเครื่องจักรธุรกิจของผมก็ทำงานอย่างไม่มีสะดุด

นี่คือการแก้ปัญหา “ยิงแอด” ด้วย Direct Response Marketing ครับ

“The Answer is Always More”

ไม่เคยมีใครที่บอกว่า “พอแล้ว ฉันไม่อยากได้คุณค่าที่มากกว่านี้อีกแล้ว!”

สำหรับธุรกิจที่ผมทำอยู่ และลูกค้าของผมที่เป็นคนทำธุรกิจเหมือนกัน ไม่เคยมีใครบอกว่า “ปีนี้ผมตั้งเป้าจะทำยอดขายให้ได้เท่าปีที่แล้ว” ทุกคนอยากเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆทั้งนั้นครับ

ดังนั้น อะไรก็ตามที่ผมสามารถช่วยให้ลูกค้าเติบโตได้ ผมก็สามารถเอามาขายลูกค้าได้ และผมก็จะทำเงินเพิ่มให้ธุรกิจเติบโตขึ้นตามไปด้วยได้

การหาลูกค้าใหม่ไม่ใช่หนทางเดียวในการขยายธุรกิจนะครับ การขายของใหม่และของที่แพงขึ้นให้ลูกค้าเก่าก็ช่วยให้คุณเติบโตได้เช่นเดียวกัน

และนั่นคืออีกหนึ่งหลักการสำคัญของ Direct Response Marketing ครับ

เราจะทำเงินหลังบ้านด้วยโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้ลึกขึ้นไปเรื่อยๆ และสร้างความแตกต่างจากตลาดให้มากขึ้นเรื่อยๆ

เอาจริงๆ พอคุณเข้าใจหลักการนี้ ไอ้เจ้า DIY – DWY – DFY มันเป็นแค่ Framework ง่ายๆให้คุณเริ่มต้นสร้างวิธีทำเงินใหม่ๆเท่านั้นเอง

มันยังมีโมเดลธุรกิจอีกเยอะที่คุณสามารถสร้างสรรค์ขึ้นมาทำเงินจาก List ได้

ในที่สุด แบรนด์ของคุณก็จะชัดเจนขึ้น ด้วยฐานลูกค้าที่ทั้งทำเงินให้คุณ ทั้งซื้อของจากคุณไปเรื่อยๆ และทั้งบอกคุณต่อให้คนอื่น

คุณจะเห็นรายได้ที่โตขึ้นตามฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายของลูกค้าเก่าที่เพิ่มมากขึ้น

ประกอบร่าง Direct Response Marketing

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ ผมได้เรียนรู้ทักษะหลายอย่างเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการระบุกลุ่มเป้าหมายลูกค้าในฝัน การออกแบบโมเดลธุรกิจ การวาง Sales Funnel และการออกแบบสินค้าเพื่อกรองคน

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามหลักการ Direct Response Marketing ทั้งสิ้นครับ

เป้าหมายของบทความทั้งหมดจนมาถึงตรงนี้ ผมเขียนขึ้นมาเพื่อให้คุณเชื่อใน Direct Response Marekting เหมือนกับผม

และถ้าคุณเชื่อมันแล้ว อยากรู้ไหมครับว่า…

“เวลาจะลงมือทำจริงๆเนี่ย Direct Response Marketing มันต้องทำอะไรบ้าง”

ถึงเวลาที่ผมจะพาไปเจาะลึก Direct Response Marketing อย่างละเอียดแบบ Step by step แล้วครับ

คลิกที่นี่ แล้วไปลุยกันเลยนะครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น จำเป็นต้องกรอกช่องที่มีเครื่องหมาย *

Follow Income in click Thailand

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างเป็นปกติ

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Social Media

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Social Media เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Social Media ช่องทางต่างๆได้

บันทึก