fbpx

การผจญภัยหนึ่งทศวรรษ

ตามหาไลฟ์สไตล์อิสระ

กว่าจะมาเป็น Income in click…

เราอยู่ในยุค Oversupply ที่ทุกคนอยากจะขาย ขาย ขาย และก็ขาย

คุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นรึเปล่าครับ?

เขาว่ากันว่า…

ในอดีต การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องง่ายมากๆ

หลังโลกก้าวพ้นยุคสงคราม ประชาชนกลับมามีชีวิตดีๆอีกครั้ง ทุกคนอยากสร้างครอบครัวอยากมีลูก (นั่นคือที่มาของยุค Babyboom) และแน่นอนทุกคนต้องการซื้อ ซื้อ ซื้อ และซื้อ

ในยุคนั้น ไม่ว่าธุรกิจจะผลิตอะไรออกมาขาย มันก็ขายได้ทั้งนั้นแหละครับ

ยุคก่อนจึงแข่งขันกันที่ว่าใครผลิตได้มากกว่า ก็ขายได้เยอะกว่า แถมขายได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

นั่นคือยุคแห่งการตลาดแบบ Mass Marketing ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ “ขายสินค้าที่คนทุกคนเป็นลูกค้า”

การตลาดยุคนั้นจะพยายามยัดเยียดแบรนด์ให้ผู้ซื้อคุ้นเคย และจดจำได้ ผ่านทางช่องทางโปรโมทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หรือป้ายบิลบอร์ด เพราะเชื่อว่าถ้าผู้ซื้อจำแบรนด์ไหนได้ เขาก็จะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์นั้น

วันเวลาเดินหน้าไปเรื่อยๆพร้อมธุรกิจที่ผุดขึ้นใหม่เป็นดอกเห็ด

จากที่สินค้าเคยขาดแคลน ในที่สุดผลผลิตก็แซงหน้าความต้องการซื้อจนได้

และโลกก็พาเรามาถึงยุคปัจจุบัน ที่การเริ่มต้นกิจการไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

สินค้าทุกชนิดมีอยู่เต็มท้องตลาด แถมแต่ละชนิดมีแบรนด์ให้เลือกใช้หลากหลาย

ของใช้ในชีวิตประจำวัน ถูกบริษัทขนาดใหญ่ถือครองตลาด จากการทุ่มเทสร้างแบรนด์มาตั้งแต่อดีต จนผู้ซื้อคุ้นชื่อเป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบบไหน ก็จะมีคนขายอยู่ก่อนแล้วเสมอ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหาสินค้าใหม่ๆมานำเสนอให้กับผู้ซื้อ

ธุรกิจในยุคนี้จึงเริ่มต้นได้ยากมากๆ

และโอกาสที่คนทำธุรกิจ SMEs ตัวเล็กจะลืมตาอ้าปากได้ ก็น้อยลงทุกวัน

เว้นแต่ว่า… คุณจะมองไปยังตลาดที่เล็กจนไม่มีใครสนใจ

นี่คือยุคของการตลาดแบบ Niche Marketing ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ “ขายลูกค้าเฉพาะกลุ่ม”

เอาล่ะ… ผมเชื่อว่าคุณคุ้นเคยดีกับคำว่าการตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือคำว่านิช มาจนเบื่อแล้ว

แต่บ่อยครั้งเหลือเกินครับ ที่การตอบสนองอัตโนมัติของเรา ชอบพาให้เราย้อนกลับไปสู่การตลาดแบบโบราณที่มันไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

ถ้าไม่เชื่อ มาลองมาดูกันครับ

สมมติว่าผมเป็น Fitness Coach หรือที่เรียกกันว่า PT (Personal Trainer) และผมต้องการเปิดกิจการรับเทรนแบบตัวต่อตัว

คุณคิดว่าผมควรจะเลือกกลุ่มเป้าหมาย และตั้งราคายังไงดีครับ?

ถ้าคุณเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่ คุณคงจะบอกว่า

“ควรรับเทรนให้กับลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย”

“ควรเรียนรู้วิธีการเทรนให้หลากหลาย เพื่อให้เข้าได้กับทุกคน”

“ควรตั้งราคาให้เหมาะสมโดยการไปสำรวจราคาตลาด ที่เทรนเนอร์รับจ้างกันอยู่รายชั่วโมง”

อืม.. ก็สมเหตุสมผลดีนะครับ ดูเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกธุรกิจควรทำ

แต่… ถ้าผมบอกว่า

“ไม่เอาล่ะ ผมจะออกแบบวิธีการเทรนในแบบของผม ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ แต่มันเหมาะ และจะให้ผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์กับคนเฉพาะบางกลุ่ม”

“ผมเน้น การออกกำลังกายที่ยืดหยุ่น สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เวลาไม่มาก แต่เผาผลาญสูง ควบคู่ไปกับสูตรอาหารที่ผมคิดค้นขึ้น ซึ่งให้สารอาหารครบถ้วน โดยออกแบบให้พอดีกับชีวิตประจำวันของลูกค้าแต่ละคน ไม่ให้เหลือแคลอรี่ส่วนเกิน”

“ผมพร้อมเดินทางข้างกายไปกับลูกค้า แม้จะต้องบินไปอีกซีกโลก คราวละ 2 – 3 เดือนก็ตาม”

โอ้! และที่สำคัญ “ผมชาร์ตราคาต่อชั่วโมงแพงกว่าค่าจ้างตามท้องตลาด 10 เท่า”

คุณคิดว่าไงครับ?

โดยส่วนมากแล้วพอได้ยินแบบนี้ สิ่งที่คนทั่วไปคิดก็คือ…

“มันจะหาลูกค้ายากนะ”

“เสียโอกาสการขายนะ”

“แพงแบบนี้จะมีใครจ้าง”

ปฏิกริยาเหล่านี้แหละครับ ที่เป็นเศษสากของการตลาดสมัยเก่าที่ยังฝังหัวเรามาถึงทุกวันนี้

และมันทำให้คุณที่รู้เรื่องตลาดนิชเป็นอย่างดีแล้ว พอถึงเวลาลงมือทำจริงๆก็มักจะเบี่ยงธุรกิจกลับไปหาตลาดแมสเสมอ

แต่ “เจพี” ไม่ได้คิดแบบนั้นครับ

เจพี หรือ ฌอง ปิแยร์ เดอ วิลลิเยร์ คือหนึ่งในเทรนเนอร์ที่ค่าตัวแพงที่สุดบนเกาะอังกฤษ

คุณไม่เคยได้ยินชื่อเขาหรอกครับ เพราะใน 1 ปี เขาจะรับลูกค้าเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น

ถ้าคุณอยากให้เจพีเทรนให้คุณ คุณจะต้องจ่ายเงินให้เขาประมาณ 2 ล้านบาทต่อปี

แต่เจพีมีปรัชญาส่วนตัวในการเทรนที่พิเศษนิดนึงครับ

เจพีพร้อมจะเดินทางร่วมไปกับคุณในทริปต่างๆ แม้ว่าคุณจะต้องไปเจรจาธุรกิจอีกซีกฟากนึงของโลก หรือแค่อยากจะไปนอนชายหาดเก๋ๆที่ไหนซักแห่ง

โอ้ แต่ว่า เจพี ไม่ได้รับงานง่ายๆนะครับ ถ้าคุณโทรหาเขา เขาจะถามคุณ 2-3 คำถาม ก่อนจะตัดสินใจรับงานดูแลคุณไปอีก 6 – 12 เดือนข้างหน้า

พูดง่ายๆก็คือ “ตลาดที่เจพีเล่นอยู่มันนิชสุดๆ”

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของเจพีหรอครับ?

ลูกค้าที่ต้องการให้เจพีเทรนให้ คิวยาวเป็นหางว่าวเลยครับ ลูกค้าที่มีอยู่ทุกคนล้วนจ่ายเงินล่วงหน้าถึง 6 เดือน และต่ออายุเรื่อยๆไม่มีขาด

ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไง แต่สำหรับเจพีแล้ว ธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จสุดๆ

นี่ต่างหาก คือ Niche Marketing ที่เรากำลังพูดถึงกัน

แต่หนทางสายนี้ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ก็อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นแหละครับ

ธุรกิจสมัยนี้ไม่ได้เริ่มต้นได้ง่ายเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว

ความจริงแล้ว เจพีก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่แรกเริ่มหรอกครับ

เขาเองก็เคยเป็นเหมือนโค้ชฟิตเนสทั่วๆไป ที่มองว่า มันมีราคาตลาดอยู่ ซึ่งเราไม่สามารถขายสินค้าเกินนั้นได้ ไม่งั้นก็จะไม่มีคนซื้อ

คุ้นๆไหมครับกับความเชื่อแบบนี้ นี่คือความเชื่อเดียวกันกับที่คนอยากเปิดร้านอาหารเข้าใจว่า

“ต้องมีเมนูหลากหลาย”

“ต้องอาหารอร่อย”

“ต้องขายไม่แพง”

เจพีก็เคยเชื่อแบบนั้นครับ

เขาเคยต้องวิ่งเทรนให้กับลูกค้าวันละหลายคน เพื่อรับเงินค่าจ้างเหมือนคู่แข่งคนอื่นๆ แล้วก็กลับบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อยหลังเลิกงานทุกวัน

กว่าเจพีจะถือครองตลาดนิช สำหรับธุรกิจ Personal Trainer ได้ เขาก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างหนักเพื่อหาตลาดที่เหมาะกับตัวเองให้เจอ

เมื่อ “สมการขายดี” ถูกเติมเต็ม ธุรกิจจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เจพีต้องฝึกฝน พัฒนาตัวเอง และออกแบบการเทรนพิเศษส่วนตัวขึ้น จนกระทั่งเขามี “ข้อเสนอสำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะ”

เขาปรับแผนการตลาด ทำคอนเท้น เขียนหนังสือ และพูดในที่สาธารณะ เน้นย้ำบริการเฉพาะเจาะจงของตัวเองอย่างหนักแน่นและต่อเนื่อง เขานำเสนอสิ่งที่เขามีด้วย “ข้อความที่เหมาะสม”

นั่นทำให้เขาค่อยๆก้าวไปเป็น Top of Mind หรือตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจกลุ่มลูกค้าเฉพาะของเขา หรือ “คนที่เหมาะสม”

เมื่อสิ่งเหล่านี้สั่งสมมาเรื่อยๆจนถึง “เวลาที่เหมาะสม” เจพีก็ได้พบกับยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ผมเรียกสมการนี้ว่า “สมการขายดี” ครับ

ข้อเสนอที่ใช่ + คำพูดที่ใช่ + คนที่ใช่ + เวลาที่ใช่ = ยอดขาย

ข้อเสนอที่ใช่ +

คำพูดที่ใช่ +

คนที่ใช่ +

เวลาที่ใช่

= ยอดขาย

สมการขายดีที่ลงตัว คือเครื่องพิสูจน์ว่าสินค้าของคุณขายได้ และธุรกิจของคุณเป็นที่ต้องการ

หลังจากนั้น ค่อยถึงเวลาที่จะโปรโมทธุรกิจออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ใช่แล้วครับ ถ้าสมการขายดีของคุณสมดุลเมื่อไหร่ การยิงแอดก็จะสร้างผลลัพธ์อย่างมหัศจรรย์

แม้จะเริ่มต้นได้ยาก แต่…

ตรงกันข้ามกับการเริ่มต้นครับ ธุรกิจสมัยก่อนถึงจะเริ่มต้นได้ง่าย แต่การจะเติบโตไม่ใช่เรื่องง่ายครับ

สินค้าต้องรอให้มีคนทดลองใช้ ใช้เรื่อยๆจนติดใจ ค่อยๆแนะนำให้เพื่อนได้รู้จัก เพื่อนค่อยๆบอกต่อไปยังครอบครัว รายได้ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นทีละนิด พอเริ่มมั่นคงก็ค่อยๆขยายกิจการ

ในทางกลับกัน ธุรกิจในปัจจุบันสามารถขยับขยายได้รวดเร็วดั่งจรวด

คนนับพันนับหมื่นสามารถรู้จัก เคยเห็น ตัดสินใจลองใช้ และบอกต่อเกี่ยวกับสินค้าของคุณได้ในชั่วข้ามคืน

เพราะยุคนี้มีเครื่องมือที่เรียนว่า “การตลาดออนไลน์”

การตลาดที่คนตัวเล็กๆ เจ้าของธุรกิจ SMEs ทั้งหลายสามารถใช้งานได้ด้วยเงินทุนเริ่มต้นไม่มาก

การตลาดที่ไม่ต้องมีเงินถุงเงินถังไปลงโฆษณาทีวี และสื่ออื่นๆ

ดังนั้น แม้จะเริ่มต้นได้ยาก แต่ธุรกิจในยุคนี้สามารถเติบโตได้ง่ายกว่าในอดีตเยอะครับ

เมื่อคุณรู้จักกับการตลาดแบบนิช และสมการขายดีเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาพูดถึงเรื่องการ “ยิงแอด” เครื่องมือยอดฮิตของการตลาดออนไลน์กันแล้ว

ปัญหาทั้งหมดของการยิงแอดก็คือ…

ถ้าคุณยังไม่พบกับผลลัพธ์จากการยิงแอดอย่างที่ต้องการ คำถามสำคัญก็คือ…

“คุณรู้ไหมครับว่า ปัญหามันอยู่ตรงไหน?”

เชื่อหรือไม่ว่า คนที่ยิงแอดส่วนมาก “ไม่รู้” และมันทำให้พวกเขาไม่มีวันสร้างผลลัพธ์ได้

ก็ในเมื่อคุณไม่รู้ว่าทำไมถึงขายของไม่ได้ แล้วคุณจะแก้ไขได้ยังไง จริงไหม?

ความจริงแล้ว ถ้าคุณลองเติมเต็มสมการขายดีด้วยธุรกิจของคุณดู คุณจะพอเห็นปัญหาได้ง่ายขึ้นครับ

คุณกำลังยื่นข้อเสนอที่ไม่เหมาะสม ด้วยคำพูดที่ไม่สามารถโน้มน้าวได้ ให้กับกลุ่มเป้าหมายผิดๆ ในช่วงเวลาสุ่มๆ แล้วคาดหวังว่าการยิงแอดจะช่วยให้คุณขายได้อยู่รึเปล่า?

อธิบายให้ง่ายขึ้นนะครับ

สินค้าของคุณ เป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายจริงหรือเปล่า? หรือคุณกำลังคิดเอาเองว่าคุณขายของดีอยู่? (ข้อเสนอใช่รึเปล่า)

หรือจริงๆแล้วสินค้าและบริการของคุณมันโอเคอยู่แล้วแหละ เพียงแค่คุณส่งไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมันจริงๆ? (คนใช่รึเปล่า)

หรือว่า ข้อเสนอของคุณกับกลุ่มเป้าหมายมันลงล็อกกันแล้ว เพียงแต่คุณนำเสนอมันออกมาได้ไม่ดีพอ? (คำพูดใช่รึเปล่า)

หรือสุดท้าย อาจเป็นไปได้ว่า ทั้งข้อเสนอและการนำเสนอของคุณ เข้าตากลุ่มเป้าหมายที่ใช่แล้ว เพียงแต่เขายังไม่พร้อมที่จะซื้อ? (เวลาใช่รึเปล่า)

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ คุณจะขายสินค้าได้

แต่ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้วครับว่าทำไมถึงยิงแอดไม่ได้ผลลัพธ์

คุณไม่รู้จักสิ่งที่คุณทำดีพอนั่นเอง

เคล็ดลับการยิงแอด แท้จริงแล้วคือ…

เมื่อยิงแอดแล้วไม่ได้ แทนที่จะกลับไปวิเคราะห์สมการขายดีให้ละเอียด คนส่วนใหญ่กลับมองหา “เคล็ดลับการยิงแอด”

แน่นอนครับว่า เครื่องมือยิงแอดไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน (Facebook, Line, Intagram, Google Etc.) ล้วนแล้วแต่มีเทคนิคเฉพาะ และรายละเอียดที่ต้องเรียนรู้

แต่… การไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะเปลี่ยนธุรกิจที่ไม่เข้าใจลูกค้าให้ประสบความสำเร็จได้

เคล็ดลับการยิงแอดที่แท้จริง คือการใช้เครื่องมือได้เก่งเพียงพอ จนวิเคราะห์ออกมาได้ว่า “สมการขายดี” ของธุรกิจตัวเองมันผิดเพี้ยนที่ตรงไหน

เมื่อรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน สิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือ แก้ปัญหาที่จุดนั้น

ข้อเสนอที่ใช่ + คำพูดที่ใช่ + คนที่ใช่ + เวลาที่ใช่ = ยอดขาย

เคล็ดลับทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละครับ

เอาล่ะ ถ้าคุณอยากเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผมมีตัวอย่างการยิงแอดที่จะช่วยเติมเต็มสมการขายดีของคุณได้

ถ้าอยากรู้วิธียิงแอดแบบที่ว่า คลิกที่นี่เลยครับ

โอ้! มีอีกเรื่องนึงที่ผมต้องเตือนให้ทราบ…

ปัญหาหลักเกี่ยวกับการยิงแอดของคนส่วนใหญ่อีกเรื่องก็คือ…

“คุณขาดมันไม่ได้”

ที่อ่านคอนเท้นทั้งหมดมาจนถึงตรงนี้ ผมขอฟันธงเลยว่า คุณกำลังมองการยิงแอดว่าเป็นเรื่อง Facebook Ads

ถ้าผมเดาถูกล่ะก็ คุณน่าจะคุ้นเคยกับเหตุการณ์เหล่านี้ดี

“บัญชียิงแอดโดนแบน”

“โฆษณาขายสินค้าธรรมดาๆโดนปฏิเสธ”

“ยิงแอดไม่ได้ เพราะต้องยืนยันบัญชี”

“แอดที่เคยขายได้ อยู่ๆขายไม่ได้ซะงั้น”

นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน สำหรับคนที่ยิงแอด Facebook เป็นประจำ

ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ แล้วคุณรู้สึกว่า “ลำบากมากเลย ไม่มีรายได้เข้า”

คุณกำลังขาดการยิงแอดไม่ได้ และธุรกิจของคุณกำลังอยู่ในจุดสูงสุดแห่งความเสี่ยงครับ

คุณอาจจะต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นในไม่ช้า…

แต่ถ้าคุณรู้จักที่จะเพิ่มช่องทางการโปรโมทให้มากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงอยู่กับช่องทางเดียว…

ถ้าวันนี้เส้นเลือดใหญ่ของคุณมีมากกว่า 1 เส้น ธุรกิจก็จะเดินไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น จริงไหมครับ?

และผมจะบอกว่า ถ้าคุณกำลังขายสินค้าให้กับคนไทยอยู่ คุณสามารถเพิ่มช่องทางการตลาดไปสู่พื้นที่อีกแห่ง ที่คนไทยอยู่กันมากที่สุด แต่คนยิงแอดยังน้อยกว่า Facebook เยอะ

ช่องทางโฆษณาที่ไม่มีการแบนมั่วซั่ว และยังคงใช้งานเครื่องมือต่างๆได้ง่าย เหมือน Facebook สมัยก่อน

ช่องทางนั้นคือ Line ซึ่งพึ่งเปิดให้คนทั่วไปยิงแอดได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 ที่ผ่านมานี้เอง

ถ้าคุณสนใจลดความเสี่ยง โดยการเพิ่มช่องทางโปรโมทไปที่ Line ล่ะก็ ผมจะพาไปรู้จักกับ Line Ads

คลิกที่ปุ่มด้านล่างเลยครับ

มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไง บอกให้ผมรู้บ้างนะครับ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างเป็นปกติ

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Facebook

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Facebook เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Facebook ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Line

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Line เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Line ได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำพฤติกรรมของคุณ มาช่วยปรับปรุงเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้

บันทึก