เฉพาะท่านที่พร้อมทำงานหนัก…

แชร์บทความนี้ทาง Facebook

ทำไมคุณถึงทำสิ่งที่กำลังทำอยู่?

สวัสดีครับ ผมปอนด์ฮะ

ถ้าคุณกำลังอ่านคอนเทนต์ของผมอยู่ตรงนี้ ผมเดาว่า…

  1. คุณมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
  2. คุณอยากเพิ่มยอดขายและสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้น โดยใช้ช่องทางออนไลน์เป็นตัวช่วย
  3. แต่คุณก็พบว่า “มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น” เอาเข้าจริงคุณแทบจะสร้างยอดขายออนไลน์ไม่ได้เลย
  4. หรือคุณอาจจะเคยขายดีมากๆมาแล้ว แต่ช่วงเวลาฝันหวานแบบนั้นกลับอยู่ได้แค่ไม่นาน
  5. คุณต้องการ “เครื่องมือ” ที่จะช่วยให้ธุรกิจทำเงินเยอะๆ และต่อเนื่องไปเรื่อยๆไม่สะดุดติดขัด

แล้วจู่ๆ คุณก็ได้เจอกับ Income in Click Thailand หลงเข้ามาในเว็บไซต์ที่แนะนำให้คุณได้รู้จักกับ Modern Direct Response Marketing

และบอกว่ามันจะ…

“ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณมีรายได้หลายทาง มีฐานลูกค้าซื้อซ้ำ และมีกำไรเพิ่มขึ้นทุกเดือน”

นั่นคือสิ่งที่คุณต้องการพอดี คุณจึงอยากรู้ว่าอะไรคือ Modern Direct Response Marketing มันเหมาะกับธุรกิจของคุณไหม และมันทำงานยังไงกันแน่ถึงให้ผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์ขนาดนั้น???

เดี๋ยวผมจะพาไปตอบทุกคำถามเลยครับ แต่ก่อนอื่น… ผมต้องขอบริหารความคาดหวังของคุณซักนิด

Direct Response Marketing เป็นศาสตร์การตลาดที่นักธุรกิจออนไลน์เก่งๆดังๆระดับโลกใช้กัน มันให้ในสิ่งที่คุณต้องการได้แน่ๆ แต่…

“มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”

ทุกคนที่ประสบความสำเร็จจาก Direct Response Marketing ล้วนต้องทำงานหนักทั้งสิ้น ตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาจนถึงลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

Modern Direct Response Marketing ที่ผมปรับแต่งจากประสบการณ์เพื่อจูนมันเข้ากับโลกปัจจุบันก็ไม่ต่างกันครับ

ดังนั้น คนที่พร้อมจะลุยจริงๆจึงมักจะมีเบื้องหลังที่เป็นแรงผลักดันขนาดใหญ่อยู่ ถึงได้ทุ่มเทเรียนรู้ทักษะหลายต่อหลายอย่างกว่าจะนำมาประกอบร่างจนเป็นระบบการตลาดอันยั่งยืนนี้ได้

ผมเองก็เช่นกันครับ

จุดเริ่มต้นของผมบนเส้นทาง Direct Response Marketing…

น่าจะเริ่มจากการเรียนปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ

แต่ถึงจะจบมาด้านธุรกิจก็เถอะ สิ่งที่ผมเรียนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตลาด หลังเรียนจบผมก็ไม่ได้เริ่มทำธุรกิจเลยทันที

ผมไม่ได้สมัครเข้าทำงานในบริษัทไหนๆเลยด้วยซ้ำครับ

เรื่องมันมีอยู่ว่า ตั้งแต่เด็กแล้ว ที่บ้านผมเป็นหนี้ก้อนใหญ่พอสมควร และผมก็หมกมุ่นอยู่แต่กับความคิดที่อยากจะใช้หนี้ให้พ่อแม่ ก็เลยอยากหาเงินให้ได้เยอะๆแบบเร็วๆ ตอนเด็กก็เลยคิดง่ายๆแค่ว่า “ถ้าทำธุรกิจก็น่าจะเป็นทางลัดให้รวยเร็วดี” เลยไปเรียนบริหารธุรกิจซะเลย

แต่พอเรียนจบมาแล้วพบว่า ต้องไปทำงานประจำรับเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท แล้วก็ค่อยๆไต่เต้าให้เงินเดือนสูงขึ้นทีละนิดเนี่ย ดูแล้วคงอีกนานแสนนานกว่าจะดูแลพ่อแม่แล้วก็เจียดเงินไปใช้หนี้ให้หมดได้

ไอ้จะให้ไปลงทุนทำธุรกิจเลยทันทีจะได้รวยเร็วๆ เงินในบัญชีก็มีกระจึ๋งเดียว คิดไปคิดมาเลยมองหาทางลัดอีกซักรอบ

ผมตัดสินใจเปลี่ยนสายไปเรียนทันตแพทย์ที่ฟิลิปปินส์ซะเลยครับ คิดง่ายๆ (อีกรอบ) แค่ว่าถ้าได้จบมาเป็นหมอฟันก็น่าจะรวยเร็วดี!

ในวัยประมาณ 22 ปี ผมจึงบินลัดฟ้าไปอาศัยอยู่ที่ฟิลิปปินส์ ด้วยความหวังว่าจะได้กลายไปเป็นทันตะแพทย์ที่มีเส้นทางโรยด้วยรายได้หลักแสนต่อเดือนให้เห็นชัดเจน

แต่เรียนอยู่ได้แค่ซัก 2 ปีครึ่ง ทุกอย่างก็กลับตาลปัดครับ…

หน่วยงานวิชาชีพทันตะแพทย์ที่ประเทศไทยเริ่มมีการปรับเปลี่ยนกฎ จนผมดูทิศทางแล้วว่า ต่อให้เรียนจนจบก็คงกลับมาเป็นหมอฟันได้ยากแน่ๆ

แถมธุรกิจของครอบครัวก็เริ่มจะนับวันเข้าสู่จุดสิ้นสุดเข้าไปทุกที (เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อครับว่าเพราะอะไร) จะให้แบมือขอเงินพ่อแม่เรียนต่อไปทั้งๆที่อนาคตมืดมนขนาดนั้น ผมไม่เอาด้วยหรอก!

สุดท้ายผมจึงเรียนไม่จบ และตัดสินใจบินกลับไทย

ในวันที่ผมกลับมาประเทศไทย ผมก็อยู่ในวัยที่แก่กว่าพนักงานหน้าใหม่พอสมควร เพื่อนๆสมัยเรียนก็เริ่มเติบโตในองค์กรกันไปหมดแล้ว (บางคนเริ่มขึ้นระดับผู้จัดการแล้วด้วย) จริงๆจะให้ไปเริ่มสมัครงานประจำก็ได้นะ แต่พอหันไปมองที่บ้านก็เข้าอีหรอบเดิมนั่นแหละครับ คือไม่รู้ว่าแค่เงินเดือนขั้นต่ำเมื่อไหร่จะช่วยให้ใช้หนี้ได้หมดและดูแลครอบครัวได้

ซ้ำร้ายกว่านั้นอีก! ตอนผมกลับมาไทยเป็นเวลาประจวบกับที่ธุรกิจของครอบครัว ถึงคราวต้องปิดตัวพอดีด้วยปัญหาแรงงาน

คืองี้ครับ… ตั้งแต่จำความได้ ผมก็เติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ คุณพ่อเป็นเถ้าแก่ คุณแม่เป็นแม่บ้าน

ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจ “ต้นน้ำ” เราทอปกเสื้อส่งขายให้กับผู้ตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อนที่พวกเขาจะขายต่อให้กับร้านขายเสื้อผ้าเพื่อไปขายให้คนทั่วไปใส่อีกที

สมัยที่พ่อผมเริ่มกิจการ วงการ Garment (สิ่งทอ) ของไทยถือว่ารุ่งเรื่องมากๆเลยครับ คือแทบทั้งฝั่งธนทำธุรกิจแนวนี้กันทั้งนั้น คนต่างจังหวัดที่ไม่ได้มีการศึกษาก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯมาเป็นผู้ใช้แรงงาน

ที่บ้านผมมีคนงานหลายสิบชีวิตทั้งหญิงทั้งชายอาศัยอยู่ด้วยกัน พ่อก็จะมีห้องพักให้ มีน้ำไฟให้ใช้ มีข้าวสารให้ มีไข่ไก่ให้ ด้วยสวัสดิการทั้งหมดนี้ คุณพ่อจึงไม่ได้ให้เงินเดือนพนักงานสูงนัก และช่วงเวลางานเริ่มตั้งแต่ 8 โมงเช้าไปจนถึง 3 ทุ่ม 6 วันต่อสัปดาห์เลยดีเดียว (ผมรู้ครับ! มันเหมือนโรงงานนรกเลยใช่ป่ะ 555 แต่พ่อกับแม่เคยแก้ตัวไว้ว่า “สมัยนั้นทุกที่ก็ทำแบบนี้ ถ้าเราไม่ทำ ต้นทุนก็สู้คู่แข่งไม่ได้”)

ทุกอย่างมันก็ดำเนินไปแบบพอใช้ได้นะครับ (เท่าที่เด็กอย่างผมรู้) เราไม่ได้ยากจน ผมก็ถือเป็นเด็กที่มีกินมีใช้คนนึงเลยทีเดียว แต่เราก็ไม่ได้ร่ำรวย ก็เลยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 (วิกฤตของคนรวย) มาได้แบบที่ผมก็ไม่เห็นที่บ้านจะเดือดร้อนอะไรเลยซักนิด

จนกระทั่งมีการขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาทต่อวัน…

อย่าเข้าใจผิดนะครับ ทุกวันนี้ผมสนับสนุนการขึ้นค่าแรงอย่างมาก แต่โครงสร้างธุรกิจแบบที่เป็นอยู่ของที่บ้านผมในสมัยนั้น ทำให้มันได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างรุนแรง

เริ่มจากการที่พนักงานเก่าๆทยอยลาออกจนพ่อต้องหาคนงานใหม่

แต่เนื่องจากรับคนงานแบบที่ต้องมาอาศัยอยู่ด้วยกัน มีที่พัก น้ำไฟ ฯลฯ พ่อเลยไม่ได้ให้เงินเดือนตามกฎหมาย… ใช่ครับ! คนส่วนใหญ่เขาก็เลือกเงินมากกว่าสวัสดิการพวกนั้นอยู่แล้ว

งานมีเท่าเดิม แต่คนงานใหม่หาแทบไม่ได้ ทีหาได้พอเข้ามาก็อยู่ได้แป็บเดียวแล้วก็ลาออก

พนักงานเก่าก็เริ่มไม่ค่อยอยากสอนงาน (สอนไปกเหนื่อยเปล่าๆ เดี๋ยวเดียวก็ลาออก) และพี่ๆพนักงานที่ยังอยู่ก็แก่ตัวลงทุกวัน เกินกว่าที่จะทำงานหนักแบบที่เคยทำได้

สุดท้ายพ่อผมเลยตัดสินใจปิดกิจการครับ ก็… เป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจที่เดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ด้วยปัญหาแรงงานนะครับ

แต่สิ่งที่มันเลวร้ายก็คือ การเลิกกิจการของพ่อ เป็นไปแบบ “หัวทิ่ม!” ไม่มีระบบ ABS คอยรองรับเลยซักนิด

ความหมายคือ บ้านเรากำลังจะขาดรายได้ครับ และพ่อกับแม่ไม่มีเงินเก็บเอาไว้ใช้ยามเกษียณซักบาท!!

ยังไม่จบครับ! ธุรกิจของครอบครัวผมเป็นสไตล์เถ้าแก่ และพ่อก็เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนที่เคยชินกับการค้าขายแบบดั้งเดิม หมายความว่า พ่อไม่ได้มีความรู้เรื่องการเงินมากพอที่จะแยกกระเป๋าสตางค์ส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ

และที่สำคัญ มีการเล่นแชร์ควบคู่กันมาตลอดเพื่อให้เกิด “เงินหมุน”

ระบบแบบนี้ ตอนที่ธุรกิจยังดำเนินไปได้มันก็โอเคล่ะ คือมันมีเงินในอนาคตหมุนเข้ามาให้จับจ่ายใช้สอย 

แต่จู่ๆพอเลิกกิจการ หนี้แชร์ก็ต้องจ่าย หนี้แบงค์ก็ต้องคืน แถมก็ยังต้องกินต้องใช้อีกด้วย

สรุปแล้ว… สถานการณ์ของผมเลยเป็นแบบนี้ฮะ

  1. พ่อแม่เกษียณโดยไม่มีเงินเก็บ
  2. มีหนี้ในระบบกับธนาคารหลักล้าน
  3. มีหนี้นอกระบบทั้งการหยิบยืมและการเล่นแชร์ รวมๆแล้วก็หลักล้านเช่นกัน
  4. รายจ่ายทุกเดือนทั้งดอกเบี้ยหนี้และค่ากินอยู่ หลักแสน (หลายแสนเลยด้วยแหละ!)
  5. ผมไม่มีประสบการณ์ทำงาน ถ้าสมัครงานก็คงได้เงินเดือน 15,000 แบบเด็กจบใหม่
  6. ในระหว่างที่กำลังเมาหมัด ตั้งตัวกันไม่ติดทั้งครอบครัว รายจ่ายก็เดินไปเรื่อยๆ รายได้ไม่มีก็ต้องกู้ยืมมาอีก ทำให้ดอกเบี้ยหนี้เติบโตขึ้นเหมือนต้นถั่วที่กำลังจะพาแจ็คไปฆ่ายักษ์

วันสิ้นเดือนที่คนส่วนใหญ่ดีใจเงินเดือนออก สำหรับผมมันคือนรกชัดๆ!

พอหาทางหมุนเงินมาถมรายจ่ายประจำเดือนได้ ต้นเดือนใหม่นาฬิกาก็เริ่มนับถอยหลังไปสู่วันจ่ายอีกครั้ง วันต่อวันมีความรู้สึกเหมือนคนที่กำลังหายใจติดขัดเพราะจมน้ำทีละนิดๆ

ทั้งหมดนี้ ทำให้ผมไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเริ่มทำธุรกิจและต้องประสบความสำเร็จเท่านั้น!

ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ

ด้วยสถานการณ์ยากลำบากที่เกิดขึ้น เป้าหมายแรกของผมมันเลยเรียบง่ายมาก คือผมฝันถึงแค่การมีรายได้มากพอแบกรับค่าใช้จ่ายของครอบครัว และใช้หนี้ให้ที่บ้านได้จนหมด พ่อกับแม่จะได้สบายใจ ซึ่งในช่วงเวลานั้นมันดูยากลำบากเสียเหลือเกิน

แต่ตอนนี้ผมผ่านจุดนั้นมานานแล้วนะครับ แน่นอนว่า Modern Direct Response Marketing เป็นตัวช่วยที่สำคัญที่สุดของผม

เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ ว่ากว่าจะเดินไปเจอมัน ผมต้องผ่านอะไรมาบ้าง…

แต่สาเหตุที่ผมเล่าเรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้ให้คุณฟัง เพราะผมอยากชี้ให้เห็นว่า “นี่ไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ”

Modern Direct Response Marketing ต้องใช้ทักษะหลายอย่างมาช่วย ซึ่งทักษะแต่ละอย่างต้องฝึกฝนกันยาวนาน และทุกวันนี้ผมก็ยังพัฒนามันอยู่ตลอดเวลาเลยครับ

เพราะผลลัพธ์ที่สวยหรูและยั่งยืน มีให้เฉพาะกับคนที่พร้อมทำงานหนักเท่านั้น

และส่วนมากคนที่พร้อมลุย มักจะมีชีวิตเบื้องหลังที่หนักหน่วงเป็นแรงผลักดันขนาดมหึมา…

แบบผมนี่แหละครับ!

คุณล่ะครับ? พร้อมลุยหรือเปล่า???

คุณไม่ต้องเป็นหนี้ หรือต้องแบกครอบครัวไว้จนหลังแอ่นเหมือนผมก็ได้นะครับ คุณอาจจะแค่รักและอินกับธุรกิจของตัวเองอย่างมาก เลยอยากสร้างมันให้เติบโต อยากแก้ปัญหาให้คนเยอะๆ อยากส่งมอบคุณค่า หรืออาจจะมีเหตุดีๆอย่างอื่นก็ได้ครับ

แต่ถ้าคุณแค่ “อยากหารายได้เสริมออนไลน์ เพราะเห็นว่าคนทำออนไลน์แล้วรวยกันเยอะแยะ” แค่นี้ไม่น่าจะพอ

คนที่คิดแบบนี้มีเยอะมาก และส่วนใหญ่พอต้องเรียนรู้เรื่องยากๆ ต้องลงมือทำงานหนัก หรือต้องเจออุปสรรคชิ้นใหญ่ ก็ตัดสินใจเลิกไปซะ

และถ้าคุณไม่พร้อมลุยอย่างจริงจัง… Modern Direct Response Marketing ไม่เหมาะกับคุณครับ และผมก็ไม่มีเครื่องมือวิเศษตัวอื่นที่จะมาช่วยคุณได้เลย ขออภัยด้วยครับ

มันอาจจะมีช่องทางรวยง่ายๆช่องทางอื่นรอให้คุณไปค้นพบอยู่ ก็.. ผมเห็นเดี๋ยวเขาแชร์คอร์สสอนทำ “เงินล้าน” กันเต็มไปหมดเลย จริงไหมครับ?

แต่ก็ขอเตือนไว้ซักหน่อยว่าผลลัพธ์แบบฟลุ๊คๆอยู่ได้ไม่นานหรอกนะครับ (ผมเองก็เคยเจอมาแล้ว เดี๋ยวเล่าไว้ให้ฟังต่อครับ)

ถ้าอยากทำธุรกิจที่โตยาวๆ โตแบบมั่งคง มีแบรนด์ที่ลูกค้าในฝันจดจำได้ และซื้อซ้ำ ซ้ำยาว ซื้อเยอะ… คุณต้องรู้ลึก รู้จริง และพร้อมทำงานหนักเต็มที่…

แบบที่ผมจำเป็นต้องทำมาแล้ว

เรื่องราวแห่งความชิบหายของผม กว่าจะได้พบกับ Direct Response Marketing เป็นยังไงต่อ แล้วผมปรับจูนมันยังไงให้ “Modern”

สำหรับ “คุณ” ที่พร้อมลุยพร้อมลงมือทำเท่านั้น…

คลิกที่นี่ ได้เลยครับ

2 thoughts on “เฉพาะท่านที่พร้อมทำงานหนัก…”

  1. เรื่องราวใกล้เคียงกับชีวิตผมมาก ต่อนี้หายใจไม่ค่อยออกแล้ว เพราะกลางเดือดอีกแล้ว ต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ คิดอยู่ว่าจะขายอะไรแต่ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปหาที่ปรึกษาธุรกิจ เรียกค่าเป็นที่ปรึกษท49,000 บอกว่าผมจะปันคุณตั้งแต่ต้นจนมีการขายที่ดี แต่ต้องผูกมัดเป็นที่ปรึกษา3เดือน ไอ้เราก็ตังน้อยนิด ก็เลยยังไม่เอา ขอเก็บตังไว้จ่ายหนี้สิ้นเดือนก่อนผมอยากจะคำแนะนำดีๆหน่อยคับ และผมไม่มีประสบการณ์ขายออนไลน์เลย ตอนนี้มีใจที่จะสู้อย่างเดียว ก็คงเหมือนกันที่อยากให้ครอบครัวหมดหนี้

    1. 1. เริ่มจากการ “รับจ้าง” ครับ เพราะต้นทุนต่ำที่สุด

      2. ศึกษาเรื่องการขายให้เก่งๆ จะออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้***

      3. รับทุกงานเพื่อเพิ่มประสบการณ์ และหาว่าเราเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหนที่สุด

      4. เก็บ Review จากลูกค้า แล้วค่อยๆเพิ่มราคา

      5. พอชัดเจนแล้วว่าเราช่วยลูกค้าได้จริง ลูกค้าเห็นผลลัพธ์จริง และมีคนต้องการจ้างเราจริง เอาความรู้เหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็น Digital Product ขายคนในวงกว้างมากขึ้น

      ทำตาม 5 ข้อนี้ ชีวิตหลุดปัญญาการเงินได้แน่นอนครับ ผมทำมาแล้ว (ข้อ 1,3,4,5 ทำไปทีละ Step นะครับ แต่ข้อ 2 ต้องทำเรื่อยๆตลอดชีวิตครับ)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น จำเป็นต้องกรอกช่องที่มีเครื่องหมาย *

Follow Income in click Thailand

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Social Media

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Social Media เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Social Media ช่องทางต่างๆได้

บันทึกการตั้งค่า