คุณกำลังทำการตลาดแบบ “มอบคุณค่า” อยู่รึเปล่า?

บทความนี้จะพาไปดูประวัติศาสตร์การเริ่มต้นทำการตลาดแบบ "มอบคุณค่า" ซึ่งถือเป็นการตลาดที่จะคงอยู่ยั่งยืนที่สุด โดยไม่ต้องปวดหัวกับค่าโฆษณาที่แพงขึ้นเรื่อยๆ

แชร์บทความนี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email

ในปี 1948 หลุยส์ เอ็งเคล บรรณาธิการสำนักข่าวเล็กๆในฟลอริดา กำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่น่าสิ้นหวัง

หลุยส์ จบการศึกษาทางด้านปรัชญาศาสตร์ และเปลี่ยนงานไปๆมาๆหลายต่อหลายครั้งในวงการสิ่งพิมพ์
 
หลังจากเริ่มเพลียกับอุตสาหกรรมนี้แล้ว หลุยส์จับพลัดจับผลูได้ไปเป็นพนักงานฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ให้กับบริษัทการลงทุนของวอลสรีทแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า เมอริล ลินช์
 
ด้วยความที่ไม่มีประสบการณ์ทางการตลาด และการเงินใดๆเลย หลุยส์นำเสนอไอเดียบ้าๆบอๆบางอย่างให้กับหัวหน้า
 
“ผมว่า แทนที่จะเอาแต่ลงโฆษณาโปรโมทว่าเราคือใคร เราดียังไง ทำไมเราไม่ลองโฆษณาโดยใช้เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านดูล่ะครับ? ใส่ข้อมูล ความรู้ที่นักลงทุนต้องการ หลังจากนั้นค่อยนำเสนอที่จะมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้มากขึ้นไปอีก ถ้าเขาต้องการ”
 
แน่นอน หัวหน้าตอบว่า “ไร้สาระน่า! โฆษณาแบบนี้ไม่มีทางเวิร์คหรอก ทำไปแบบเดิมๆนั่นแหละ”
 
หลุยส์ดื้อดึงกับไอเดียของตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ ในที่สุดก็ต่อรองว่า “เอางี้ครับ ลองดูซักครั้งนึง ถ้ามันเวิร์คก็โอเค แต่ถ้าไม่เวิร์ค เดี๋ยวผมลาออกเลย”
.
หัวหน้าตอบตกลง
 
ถ้าใครเคยเห็นโฆษณาของบริษัทหลักทรัพย์ที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนในหนังสือพิมพ์ จะพอนึกภาพออกว่า ส่วนมากก็จะมีแต่รูปที่ดูฉลาดๆ พร้อมคำพูดเก๋ๆ ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือและมีความรู้
 
แต่โฆษณาของหลุยส์ไม่มีภาพอะไรอยู่เลยครับ เป็นข้อมูลตัวอักษรล้วนๆประมาณ 6,500 คำ หรือประมาณ 13 หน้ากระดาษ A4 ยาวพรืดอยู่บนหนังสือพิมพ์ โดยมีย่อหน้าหลักๆให้อ่านแบ่งเป็น 6 – 8 ย่อหน้า
 
ทุกคนที่เมอริล ลินช์ ขนลุกเกรียวทันทีที่เห็นดราฟท์ของโฆษณาชขิ้นนั้น พวกเขาไม่เคยทำอะไรบ้าบิ่นขนาดนี้ออกสู่สายตาประชาชนมาก่อน
 
ไม่มีใครคิดว่าโฆษณาบ้าๆแบบนี้จะมีคนสนใจ พวกเขาตัดสินใจทดสอบกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นดูก่อน
 
สิ่งทีเกิดขึ้นคือ ภายใน 1 สัปดาห์แรก มีคนสมัครรับจดหมายข่าวชี้ชวนลงทุนกับเมอริล ลินช์ สูงถึง 5,000 ราย!
 
นึกภาพออกใช่ไหมครับ? เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 1948 ซึ่งหมายความว่า การจะสมัครได้ ผู้อ่านจะต้องตัดแบบฟอร์มตอบรับจากหนังสือพิมพ์ กรอกข้อมูลด้วยลายมือ จากนั้นจึงค่อยส่งจดหมายกลับไปให้บริษัท
 
คน 5,000 คน ยอมทำแบบนี้ทั้งหมด ภายในเวลาแค่ 1 สัปดาห์
 
และนั่นคือตำนานเรื่องแรกๆ ของการตลาดแบบ Value Based Marketing
 
การตลาดที่ส่งมอบคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน
 
ถ้าวันนี้ แอดของคุณยังเต็มไปด้วยข้อความโพนทนาความดีของตัวเองแล้วมันเวิร์ค ยินดีด้วยครับ คุณควรทำต่อไป
 
แต่ถ้ามันไม่เวิร์คล่ะก็ ลองทำโฆษณาแบบ Value Based Marketing ดูบ้างไหมครับ?
 
มีวิธีวัดง่ายๆ ว่าเนื้อหาโฆษณาชิ้นไหนเป็น Value Based
 
นั่นคือ คุณจะได้รับคำขอบคุณจากกลุ่มเป้าหมาย ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณเสียอีก
 
เพราะแค่ดูโฆษณาของคุณ เขาก็ได้รับคุณค่าที่เป็นประโยชน์ไปเรียบร้อยแล้ว
 
ส่วนคุณเอง จะได้ 2 สิ่งกลับคืนมาครับ
 
1) คุณจะได้ Prospect หรือกลุ่มคนที่มีโอกาสซื้อสินค้า ซึ่งรู้สึกติดหนี้บุณคุณกับคุณอยู่
 
2) คุณจะได้รับความน่าเชื่อถือ ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในสิ่งนั้น
 
ลองทดสอบดูก็ได้ครับ
 
ถึงมันจะไม่เวิร์ค คุณก็คงไม่ถูกไล่ออกเหมือนหลุยส์หรอก จริงไหม?

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

บทความล่าสุด

Article

Story Telling การตลาดหนึ่งเดียวที่อยู่ยงคงกระพัน

เบื่อหน่ายกับการต้องคอยไล่ตามเทรนด์ หรือเครื่องมือการตลาดใหม่ๆบ้างไหมครับ? ในบทความนี้จะพาไปพูดคุยเกี่ยวกับการตลาดแนวหนึ่งที่ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน แต่การตลาดแบบนี้จะยังคงสร้างผลลัพธ์ได้เสมอ มันคือ Story Telling นั่นเอง!

Article

การตลาดที่ดี ต้องขัดใจใครซักคน

ถ้าการตลาดและการโฆษณาของคุณยังไม่ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ บางทีคุณอาจจะพยายามเอาใจทุกคนมากเกินไปครับ ในบทความนี้จะพาไปพูดคุยกันว่า ทำไมการตลาดที่ดี ถึงต้องมีคนบางกลุ่มไม่พอใจ

Follow Income in click Thailand

Scroll to Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ได้ มิฉะนั้นคุณจะไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์นี้ได้อย่างเป็นปกติ

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Facebook

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Facebook เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Facebook ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายบน Line

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ ที่มีอยู่บน Line เพื่อให้ผมสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสม และความสนใจของคุณได้ครับ หากคุณไม่ยินยอมให้ใช้คุกกี้นี้ ผมจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหา และโฆษณาได้ตรงตามความสนใจไปให้กับคุณบน Line ได้

บันทึก